40

เนื่องจากเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น แล้วทริปนี้วางแผนว่าจะไปเดินเล่นในเมืองหลวงอย่างโตเกียวกันแบบจริง ๆ จัง ๆ โดยเฉพาะในย่านช็อปปิ้งอย่าง ชินจูกุ ฮาราจูกุ ชิบูย่า กิจกรรมที่จะทำในทริปนี้เลยไม่มีอะไรมากนอกจากการ เดิน เดิน เดิน ดูของ ช็อปปิ้ง หาอะไรกิน กันในแบบวิถีชีวิตคนเมืองญี่ปุ่นแท้ ๆ ซึ่งในฐานะคอบาสอย่างผม สิ่งที่หนีไม่พ้นแน่ ๆ คือการเดินชมร้านรวงของที่ระลึกเสื้อผ้าเกี่ยวบาสเกตบอล NBA รวมถึงร้านสนีกเกอร์สดัง ๆ ในโตเกียว (จริง ๆ ก็ยากนะครับที่จะนิยามว่าคอบาสเขาจะไปเดินช็อปกันแบบไหน แต่ที่เห็นส่วนใหญ่ก็น่าจะชอบไปเดินดูอะไรประมาณนี้ คือพวกสนีกเกอร์ส เสื้อผ้าแฟชั่นสตรีท สินค้า NBA ก็เลย เออ ออ เอา เอง เลย 555)

แต่จะแค่ไปเดินชม เดินช็อปแล้วปล่อยผ่านเลยก็กลัวจะเสียเที่ยว เลยอยากจะลองมาเขียนรีวิวแบบพันธ์ทิพย์กับเขาบ้าง เอาไว้เผื่อเพื่อน ๆ คนไหนสนใจอยากจะไปจะได้มีข้อมูลเสริม อาจมีคนที่รู้อยู่แล้ว แต่ผมขอเขียนบันทึกไว้เผื่อคนที่อาจจะยังไม่ทราบไว้เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งสำหรับคอบาส เพราะเดี๋ยวนี้การไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่เราเอื้อมถึง ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เก็บเงิน ศึกษา วางแผน ก็ไปเที่ยวด้วยตัวเองได้แล้ว หากยังไม่สะดวกถ่อไปไกลถึงอเมริกา ก็ญี่ปุ่นนี่แหละที่ไว้ใจได้ เพราะที่นี้เขาก็บ้ากีฬาอเมริกันส์และสนีกเกอร์สไม่แพ้ชาติใด

 

ชินจูกุ (Shinjuku)

มาเริ่มกันที่ที่แรกที่ผมเดินทางไป นั่นคือร้าน SELECTION ซึ่งเป็นร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึกอเมริกันเกมส์ ทั้งจากลีก NBA, NFL และ MLB ซึ่งเป็นร้านแรกที่ผมตั้งใจมาในทริปนี้ ถึงขนาดลงทุนจองโรมแรมพักแถวชินจูกุไปเลย จะได้เดินทางมาร้านนี้ได้สะดวก เพราะมาโตเกียวทั้งทีจะมาเดินช็อปปิ้งร้านที่ในไทยก็มีอยู่แล้วคงเสียเที่ยวพอสมควร โดยร้าน SELECTION ไม่ใช่ร้านที่ผมเดินไปเจอเข้าโดยบังเอิญ เพราะะถ้าเดินจริง ๆ คงไม่เจอแน่ ๆ เนื่องจากร้านอยู่ในตรอกซอกซอยลึกเข้าไปในย่านชุมชน อาศัยว่าค้นหาข้อมูลเอาในอินเตอร์เน็ต จึงมาพบเข้ากับร้านนี้ ซึ่งแน่นอนว่าในไทยร้านแบบนี้ “ไม่มีเลย” เลยเป็นเป้าหมายหนึ่งของทริปที่ผมจะต้องไป ทั้งที่เดี๋ยวนี้จะซื้อของอะไรแบบนี้สั่งออนไลน์เอาก็ได้ มีร้านในอินเตอร์เน็ตมากมายในไทยที่รับพรีออเดอร์ แต่ผมคงโตมากับการเดินออกจากบ้าน ไปเดินดูของในร้าน ไปเห็น ไปสัมผัส ไปลอง มันจริง ๆ มากกว่าจะเห็นแค่ในรูปแล้วรูดเลย พอเห็นร้านอะไรแบบที่เราชอบก็เลยจะพยายามเดินออกไปหาซะมากกว่า

โดยการเดินทางไปร้าน SELECTION หากจะเริ่มต้นผมแนะนำให้เริ่มเอาจากสถานีชินจูกุ ฝั่งทางออกตะวันตก (West Exit) และแนะนำว่าจะเดินทางไปที่ไหนในญี่ปุ่นถ้าเราศึกษาเส้นทางมาพอสมควรแล้ว อย่าไปใช้ไอ้เจ้า google map เนี่ยเลย เพราะผมรู้สึกว่ามันยิ่งทำให้เราเสียเวลา เสียอารมณ์ งง และสุดท้ายคือมันทำให้เราเสียการปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่นและบรรยากาศการท่องเที่ยวซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นที่ส่วนใหญ่จะเป็นคนน่ารัก ถึงแม้จะฟังภาษาอังกฤษ งู ๆ ปลา ๆ ของเราไม่ออก แถมเขาก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่เขาก็พยายามจะช่วยเรา ชี้ทิศชี้ทางให้เรา โดยเฉพาะคนที่มีอายุหน่อย แค่เราบอกชื่อสถานที่เขาเป็นคำ ๆ หรือไม่ก็ให้รูป ให้ที่อยู่เขาดู บางคนไม่รู้ก็เปิด google map ภาษาเขาดู จนรู้แล้วพยายามบอกทางให้เราจนไปถึง หรือหนักกว่านั้นคือพาเราเดินไปจนถึงเลย อย่างร้าน Selection นี้ตอนแรกผมก็เข้าผิดซอย จนต้องถามคนญี่ปุ่นแถวนั้น ซึ่งเป็นคุณลุงที่ดูสตรอง ๆ คนหนึ่ง ที่มาพร้อมกับเสื้อแจ็คเก็ตส์ของทีม ชิคาโก้ แบร์ ผมเลยโดดเข้าไปถามเลยโดยไม่ต้องคิด ปรากฎว่าแกไม่รู้!! แต่สุดท้ายให้ที่อยู่ร้านไปแกก็พาเดินมาจนถึงร้าน จนต้อง ผงกหัว  อาริกาโตะ โกไซมัส (ขอบคุณ) กันไปหลายรอบทีเดียว อีกอย่างคือนอกจากจะถามคนท้องถิ่นแล้ว สิ่งที่ทำให้เราไม่ต้องพึ่ง google map มากเกินไปก็คือการดูป้าย เพราะในญี่ปุ่นโดยเฉพาะในเมืองยังไงก็มีป้ายที่เป็นภาษาอังกฤษ ให้เราคอยสังเกตและเดินตามไปจนถึงที่หมาย ที่จะทำให้เราซึมซับกับบรรยากาศของสองข้างทางและการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม มากกว่าต้องมาก้มหัวดูมือถือเหมือนอยู่ในไทย

กลับมาที่การเดินทางไปที่ร้าน SELECTION หลังจากที่เราออกมาจากสถานี ทางฝั่งตะวันออก เราก็จะพบกับ ตึก Mode Gakuen Cocoon Tower ตึกทรงรังไหม ที่เป็นจุดสังเกตสำคัญของสถานีชินจูกุฝั่งตะวันตก

DSCF0900

ซึ่งพอเราเห็นปุ๊ป ก็ให้เราเดินเลียบถนนไปทางขวามือ แล้วหาทางขึ้นไปด้านบน (กรณีที่อยู่ชั้นใต้ดิน) เพื่อเดินตรงไปจบพบกับห้าง Uniqlo จากนั้นให้เรายังเดินตรงไปเรื่อย ๆ จบพบแยกใหญ่ แล้วข้ามถนนเดินตรงต่อไปซักประมาณ 100 เมตร จนพบกับร้าน Sukiya ซึ่งจะอยู่ทางซ้ายมือฝั่งตรงข้าม ให้เราข้ามถนนแล้วเดินตรงเข้าซอยไปตามทางเรื่อย ๆ โดยฝั่งซ้ายมือที่เราเดินผ่านจะเป็นลานสวนสาธารณะเล็ก ๆ ซึ่งเป็นจุดให้คนมาสูบบุหรี่ เดินไปอีกนิดก็จะพบกับ โรงแรม Nishi-Shinjuku ที่อยู่ซ้ายมือ เดินตรงไปตามทางเรื่อย ๆ ก็จะเจอกับแยกที่มีร้านมินิมาร์ท sunkus แล้วเดินตรงต่อไปอีกนิด ก็จะเจอแยก ให้เลี้ยวขวาเดินเข้าไป ก็เจอร้าน SELECTION แล้วครับ ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที โดยร้านจะแบ่งออกเป็นสองร้าน ถัดกันประมาณ 2-3 ตึก ร้านนึงขายของพวก NBA NFL ส่วนอีกร้านจะขายของเกี่ยวเบสบอลอย่างเดียว

Untitled-1

จุดสังเกต 4 จุดใหญ่

บริเวณหน้าร้าน (ภาพถ่ายอาจจะไม่ชัดเท่าไหร่นะครับ เพราะผมค่อนข้างรีบถ่าย เนื่องจากเกรงใจทางร้านเขา ถึงแม้ว่าเขาจะอนุญาต แต่เอาจริง ๆ คนญี่ปุ่นเขาก็ไม่ค่อยชอบให้ใครมาถ่ายภาพติดเขามั่ว ๆ ซั่ว ๆ ขนาดว่าโทรศัพท์ในญี่ปุ่นยังไม่สามารถปิดเสียงลั่นชัตเตอร์จากกล้องมือถือได้ กันคนแอบถ่าย และเอาจริง ๆ เวลาไปเที่ยวผมก็ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาก เพราะโรคจิตกลัวจะไม่ได้ซึมซับกับบรรยากาศ 2 ข้างทางแบบ 2 ตาเห็นจริง ๆ เพราะมัวแต่ไปสาละวนอยู่กับการถ่ายรูป)

20151112_134851

บรรยากาศภายในร้าน โดย NBA จะอยู่ในโซนครึ่งหลังของร้าน

20151112_135342

มีโซนเลเกอร์สโดยเฉพาะ

20151112_135359

ราวนี้เป็นบรรดาเสื้อแข่ง เสื้อแจ็คเก็ตวอร์ม รุ่นใหม่ ๆ หรือพวก Throwback ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของทีมกับนักบาสดัง ๆ ในลีก

20151112_135427

โซนกางเกง

20151112_135437

เสื้อยืดใส่เชียร์ และหมวกของทีมต่าง ๆ

20151112_135448

โซนจอร์แดน แบรนด์

20151112_135554

เสื้อบาสคอลเลจก็มีนะ แต่หลัก ๆ ตอนนี้จะเป็นของจอร์แดนสมัยอยู่กับนอร์ท แคโรไลน่า กับดูแรนท์สมัยอยู่ที่เท็กซัส ลองฮอร์นส์

20151112_140017

โซน KB & KD แบรนด์

20151112_140036

ส่วนตรงนี้ต้องจัดให้เขาไปเลยหนึ่งโซนใหญ่ ๆ กับแชมป์ 2015

20151112_135413

รองเท้า รองเท้า แล้วก็รองเท้า

20151112_135543

ตรงนี้จะเป็นบริเวณโซนด้านหน้า หรือครึ่งแรกของร้าน ที่จะขายเสื้อผ้าของที่ระลึกจาก NFL

1448183195812

หมวกมากมาย

20151112_135624

ถัดมาอีกร้านนึง จะขายเสื้อผ้า-ของที่ระลึกเกี่ยวกับเบสบอลทั้งอเมริกาและญี่ปุ่น

20151112_134807

บรรยากาศภายในร้าน

20151112_134651

 

ฮาราจูกุ (Harajuku)

มาต่อกันที่ที่หมายต่อไปนั่นคือย่านวัยรุ่นอย่างฮาราจูกุ หรือย่านที่เราจะมาเดินดูสนีกเกอร์สกัน ซึ่งการเดินทางจะเป็นการเดินทางลงใต้มาจากย่านชินจูกุ ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟฟ้าจากสถานีชินจูกุ มาถึงสถานีฮาราจูกุ โดยรถไฟสาย Yamanote Line ราว ๆ 10 นาที พอลงจากสถานีมาให้เราดูป้ายหาทางออกที่จะมาพบกับทางเข้าซอยช็อปปิ้งสุดชิคของสาว ๆ อย่าง Takeshita Street ซึ่งจะมีป้ายบอกอยู่ พอเห็นปุ๊ปให้เดินตรงเข้าซอยไปจนสุด จนพบถนน ซึ่งฝั่งตรงข้ามจะเป็นซอย Harajuku Street มีป้ายขึ้นไว้ตรงหน้าซอย จากนั้นให้เราเดินข้ามถนนเข้าซอยไปก็จะพบกับย่านของคนรักสนีกเกอร์ส เพราะจะมีร้านสนีกเกอร์สดัง ๆ อยู่ด้วยกันประมาณ 4 ร้าน ร้านแรกจะเป็นร้านที่คนเคยไปโตเกียวจะรู้จักกันดีนั้นคือร้าน atmos ซึ่งมีสาขากระจายอยู่ทั่วไปในโตเกียวคล้าย ๆ กับ ABC Mart (ที่ผมแวะไปจะเป็นสาขาที่ชินจูกุ, ชิบูย่า, ฮาราจูกุและ ริมถนน Meiji-Dori) แต่ผมมองว่า atmos ค่อนข้างจะมีสไตล์กว่า ทั้งยังเป็นร้านที่เรามักจะพบรองเท้ารุ่นที่ต่างไปจากร้านทั่ว ๆ ไป มีเสื้อผ้าแนวสตรีทซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของร้านให้เลือกซื้อ พูดง่าย ๆ ว่าทำให้ ABC Mart กลายเป็น Supersports บ้านเราไปเลย

โดยร้าน atmos จะเป็นร้านที่เราพบเป็นร้านแรกหากเดินเข้าไปในซอย Harajuku Street ซึ่งจะอยู่ทางซ้ายมือเป็นร้านที่มีอยู่สองชั้น โดยชั้นที่สอง จะเน้นเป็นรองเท้าลุย ๆ ของ Timberland มากกว่าสนีกเกอร์ส แต่หลัก ๆ รองเท้าของ atmos ก็ยังเน้นเป็นสนีกเกอร์สแฟชั่นใส่เที่ยวทั่ว ๆ ไป ไม่ถึงกับมีรองเท้าบาสมากมาย ซึ่งสำหรับผมก็นับว่าโอเค เพราะหลัง ๆ ผมก็ไม่ได้ซื้อรองเท้าบาสเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยได้เล่น ส่วนใหญ่จะหนักไปทางรองเท้าใส่เที่ยว ใส่ไปทำงานได้ พวกตระกูล Air max 1 กับ Air force 1 Low ทริปนี้เลยกลายเป็นไปเดินหาคัลเลอร์เวย์ฉีก ๆ ของ 2 ตระกูลนี้ ที่ไม่มีขายในไทยซะเป็นส่วนใหญ่

บรรยากาศด้านหน้าของร้าน (ผมลืมถ่ายเลยเซพภาพจากอินเตอร์เน็ตส์มา เครดิตภาพจากเว็บ http://www.shoesmaster.jp)

dd

ภาพด้านล่างนี้เป็น atmos สาขาชินจูกุ อยู่ตรงข้ามกับร้านดองกี้ หรือ ร้าน Don Quijote ร้านยอดฮิตของคนไทย

20151112_111153

รองเท้าภายในร้าน

20151112_110947

ส่วนร้านนี้จะอยู่บริเวณริมถนน Meiji-Dori ระหว่างทางเดินจากฮาราจูกุไปไปชิบูย่า ซึ่งด้านหลังของที่นี้จะมีอาคาร Nagatsuka building ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านขายเสื้อผ้า-ของที่ระลึก NBA อีกร้านหนึ่งอย่างร้าน WSS SPORT แต่ร้านจะไม่มีหน้าร้าน (แล้วจะเรียกร้านได้ไงวะ) เพราะสินค้าทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในออฟฟิต ถ้าจะซื้อเราก็ต้องขึ้นตึกไปชั้น 3 แล้วขอเข้าไปดู ภายในห้องจะเหมือนห้องเก็บของมากกว่าร้านขายของ ต้องไปคุ้ย ๆ หาที่ชอบเอาแล้วจ่ายตังค์ ร้านเปิดไม่นานแค่ บ่าย 2 ถึง 6 โมงเย็น (ไม่มีภาพมาให้ดูครับเจ้าของเขาไม่ให้ถ่าย)

20151112_175005

ส่วนร้านถัดไปก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านดังที่เคยถูกจัดให้อยู่ใน 50 สุดยอดร้านสนีกเกอร์สชื่อดังของโลก ที่จัดโดย Complax magazine (เช่นเดียวกับ atmos) นั่นคือร้าน CHAPTER WORLD ซึ่งก็เป็นร้านที่มีคาแรกเตอร์เหมือนกับ atmos คือเป็นร้านขายสนีกเกอร์ส + แฟชั่นสตรีทแวร์ มีสนีกเกอร์สหลาย ๆ คู่ที่ไม่ได้พบได้ทั่วไป ตามท้องตลาด หรือบางครั้งในอเมริกาก็ยังไม่มีขาย แต่ที่นี้มี (เครดิตภาพ http://www.solecollector.com)

kk

เดินต่อไปอีกหน่อยจะพบกับซอยทางขวามือซอยแรก ซึ่งเป็นซอยให้เราไปพบกับอีก 2 ร้านดัง อย่างร้าน KICKS LAB และ Undefeated Tokyo โดย KICKS LAB นับเป็นร้านที่ค่อนข้างใหญ่สุดในซอยนี้ มีสนีกเกอร์สให้เลือกกันแบบลานตา ซึ่งสำหรับคอบาสและคอ Jordan brand ร้านนี้ถือว่าตอบโจทย์เพราะมีรองเท้าบาสให้เลือกหลายสกุลด้วยกัน ผมเองตอนแรกก็กะไปโดน Air Jordan 11 ซักคู่ แต่ดูไปดูมายังไม่เจอสีที่โดนเลยเอาไว้ก่อน

20151112_184923

ภาพแนวตั้งให้เห็นชั้น 2

20151112_184918

บรรยากาศภายในร้าน คนแน่นตลอด ลองตลอด จนเด็กในร้านแทบจะให้บริการกันไม่ทัน (อย่าคิดว่าคนญี่ปุ่นจะ nice ทุกคน โดยเฉพาะเด็กขายรองเท้า เรียกได้ว่าขี้เก๊ก โอ้โห โย่ว วอท แซ่บ พอ ๆ กับร้านในไทยบางร้าน 55) โดยช่วงที่ผมไปจากที่สังเกตช่วงนี้คนญี่ปุ่นจะฮิตใส่สนีกเกอร์สแบบ casual หน่อย อย่าง adidas Stan Smith หรือไม่งั้นก็จะเป็นพวก New Balance ซึ่งเป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป

20151112_184637

โซนรองเท้าบาส เข้าไปในร้านจะอยู่ทางด้านขวา

20151112_184644

ถัดจาก KICKS LAB มานิดเดียวก็จะพบกับ Undefeated Tokyo ซึ่งเป็นร้านเล็ก ๆ ของก็จะน้อยลงไปนิดนึง ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นเสื้อผ้าสตรีทที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง

20151112_185024

เสร็จจาก 4 ร้านนี้ผมก็เดินย้อนทางเดิมออกจากซอยแล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปจนพบสี่แยกที่ตัดกับถนน Omotesando จากนั้นเลี้ยวขวาข้ามถนนเดินตรงไปก็จะพบกับร้าน NIKE Harajuku ช็อปไนกี้ที่ผมฝันอยากให้เมืองไทยมีอย่างนี้กับเขาบ้าง เพราะไนกี้ที่นี้เขาไม่ธรรมดา ชั้นเดียวไม่พอ จัดให้เลย 3 ชั้น!! โดยชั้น 1 ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์กีฬาทั่ว ๆ ไปของไนกี้ แต่ก็จะมีเยอะกว่าร้านทั่ว ๆ ไปแน่นอน ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นพวก Sportswear รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จาก จอร์แดน แบรนด์ และ เคาน์เตอร์ให้บริการออกแบบรองเท้าด้วยตัวเองอย่าง NIKE ID ส่วนชั้น 3 จะเป็นสนีกเกอร์สล้วน ๆ

บริเวณหน้าร้าน (เครดิตภาพจาก http://www.nikeidcustom.jp)

ss

เคาน์เตอร์ NIKE ID

20151113_171043

มีคอมพิวเตอร์ให้คนมานั่งออกแบบกันตามใจชอบ

20151113_171036

20151113_171050

ชั้น 3 เป็นสนีกเกอร์สล้วน ๆ ทำให้พอขึ้นไปปุ๊ปลืมถ่ายรูป 55

20151113_171302

สรุปเสร็จจากฮาราจูกุผมก็ยังไม่ได้รองเท้าเพราะที่เล็งไว้คือ Air max 1 แต่ดันไม่มีไซส์ซักร้าน (อาจจะเป็นเพราะอยู่ในย่านแฟชั่น ลูกค้าเยอะของเลยค่อนข้างหมดเร็ว) เลยต้องกลับมา atmos ที่ชินจูกุ จึงได้สมใจปรารถนา เพราะมีไซส์เหลืออยู่พอดี โดยราคาจากที่ผมลองตรวจสอบดูคร่าว ๆ สนีกเกอร์สในญี่ปุ่น จะถูกกว่าในบ้านเราราว ๆ 5-6 ร้อยบาท บางคู่ราคาถึงเกณฑ์ปลอดภาษีของร้าน (TAX FREE) ก็รูดได้เพลิน ๆ ถ้าใครมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วแวะซื้อสนีกเกอร์สกลับไปก็ถือว่าคุ้ม ได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งรองเท้าราคาถูกกว่า ที่หาแบบนี้ในไทยไม่ค่อยได้ เพราะมัน Made in Japan (แต่บางคู่ก็ไม่ใช่นะครับ)

 

ชิบูย่า (Shibuya)

ชิบูย่าคือสถานที่ที่ผมเดินทางมาในวันต่อมา เพราะวันแรกสองที่ข้างต้นนี้ก็เดินกันได้ทั้งวันจริง ๆ โดยสถานที่ที่จะไปนั่นคือร้าน GALLERY 2 ซึ่งเป็นร้านที่ขายทุกอย่างเกี่ยวกับฟุตบอลและบาสเกตบอล ทั้งเสื้อผ้าของที่ระลึกและอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งสำหรับคอบาสแล้วผมว่าที่นี้น่าจะตอบโจทย์ที่สุด เพราะเป็นร้านใหญ่ ของเยอะ มีอุปกรณ์กีฬาเกี่ยวกับบาสให้เลือกซื้อต่างจากร้าน SELECTION ที่มีแต่เสื้อผ้าของที่ระลึกจากอเมริกันเกมส์เพียงอย่างเดียว

การเดินทางมาชิบูย่าก็แค่นั่งสาย Yamanote Line มาอีก 1 สถานีถัดจากฮาราจูกุ แล้วออกทางฝั่งประตู Hachiko หรือจะเดินเท้ามาเพลิน ๆ ตามถนน Meiji-dori ก็ได้ ก็จะพบกับ atmos อีกสาขาหนึ่ง แล้วเดินมาเรื่อย ๆ จนเจอกับ TOWER RECORD ร้านจะอยู่ทางซอยขวามือตรงตึก SEIBU ก่อนถึงห้าแยกชิบูย่า แต่ผมคิดว่าอาจจะไม่แนะนำการเดินมาที่นี้มาก เพราะมีพี่ในพันธ์ทิพย์เคยอธิบายร้านนี้ไว้อย่างกระจ่างแจ้งแล้ว เอาเป็นว่านำภาพมาไว้ให้ดูกัน (ก่อนถึงร้านจะพบ atmos สาขาใหญ่อีก 1 ร้าน)

Review และทางไป ร้าน Gallery2 ศูนย์รวมรองเท้า(รองเท้าบาส …

บริเวณด้านหน้าร้าน ชั้น 1 ฟุตบอล ชั้น 2 บาสเกตบอล จบ อื้ม ง่าย ๆ ดี

20151113_141223

บรรยากาศภายในร้าน ชั้นบาสเกตบอล

20151113_135920

20151113_135907

รองเท้า รองเท้า แล้วก็รองเท้า อีกแล้ว

20151113_140730

จบจากชิบูย่า ใจจริงที่แพลนไว้ผมตั้งใจจะไปต่อที่ย่าน Kichijoji ซึ่งเป็นย่านของมือสอง รวมถึงร้านสนีกเกอร์สร้านดังอีกร้านหนึ่งอย่างร้าน K-SKIT แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด มีสถานที่อื่น ๆ ที่ต้องไป อีกทั้งต้องไปตามหาของที่ชาวบ้านฝากซื้อ ก็เลยทำให้ต้องตัด Kichijoji ออกจากโปรแกรม (บั่นทอนจิตใจมาก เวลากูก็มีไม่เยอะ เสียเวลาไปกว่าครึ่งเพื่อตามหาของให้พวกเมิง ไอเพื่อนเลวทั้งหลาย มาเที่ยวให้พวกเมิงแท้ ๆ แนะนำเลยฮะเห็นเพื่อนไปเที่ยว อย่าไปฝากมันซื้อ ให้มันได้เที่ยวอย่างเป็นสุขเถิด)

แต่ไม่ว่าอย่างไร การพลาดสถานที่เที่ยวในญี่ปุ่นไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะสุดท้ายเราก็จะกลับมาพร้อมกับความฟินกับอะไรซักอย่างอยู่ดี (ฟินเนื้อญี่ปุ่นและอีกมากมายครับ) รวมถึงประสบการณ์ที่น่าจดจำ ที่จะทำให้เราอยากกลับไปเยือนและเก็บตกกับมันอีกครั้งแน่นอน

 

20 ธันวาคม 2558

ไฮเซนเบิร์ก @Heisenbergball

 

ข้อมูลประกอบ

http://www.selection-j.com/shop/shinjuku_2.html

http://www.wssbasketball.jp/

Shop Guide: Tokyo – Part 1 | Sole Collector

The 50 Best Sneaker Stores of All Time | Complex

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements