퍼택스타디움 / AFC 2014 호주 아시안컵/ 친선경기/ 사우디전/ 대표팀 훈련/ 선발출장/ 베스트 일레븐 /사진 이연수

ถ้าผมเป็นคนเกาหลีใต้เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว แล้วมีคนบอกว่า ในอนาคตจะมีนักเตะเกาหลีใต้ไปค้าแข้งอยู่ในลีกยุโรป ผมคงหัวเราะและคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆ เพราะในช่วงเวลานั้นเกาหลีใต้ตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นอยู่ถึง 44 ปี (ค.ศ. 1905- 1945) แค่การรวมกลุ่มเล่นกีฬายังถูกญีปุ่นสั่งห้ามไม่ให้เล่น ยังไม่ต้องคิดถึงว่าจะมีทีมฟุตบอลเกาหลีใต้เกิดขึ้นมาได้

ถ้าผมเป็นเป็นคนเกาหลีใต้เมื่อ 65 ปีที่แล้ว แล้วมีคนบอกว่า เกาหลีใต้จะคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลกในอนาคตได้ ผมคงโมโหฉุนเฉียว ก็ในช่วงนั้นใครจะมีกะจิตกะใจไปคิดเรื่องฟุตบอล เพราะถึงจะเป็นอิสระจากญี่ปุ่นแล้ว แต่คนในประเทศกำลังแตกแยก เกิดสงครามเกาหลี (ค.ศ. 1950- 1953) จนประเทศแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ถ้าเป็นตอนนั้นผมคงสนใจแต่เรื่องปากท้องและความปลอดภัยของครอบครัวเป็นอย่างแรกก่อนดีกว่า

ถ้าผมเป็นเป็นคนเกาหลีใต้เมื่อ 54 ปีที่แล้ว (ค.ศ.1961) ผมคงสับสนและรู้สึกไม่มั่นคงในอนาคต เพราะเกิดการรัฐประหารโดยทหารภายใต้การนำของ นายพลปาร์คจองฮี บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อว่าจะพัฒนาไปทางไหนดี และอีก 5 ปีต่อมา (ค.ศ. 1966) ทีมฟุตบอลเกาหลีเหนือก็โด่งดังไปทั่วโลกจากการคว้าชัยชนะเหนือทีมชาติอิตาลีในฟุตบอลโลกที่อังกฤษ ในตอนนั้นผมคงคิดว่าทีมฟุตบอลเกาหลีใต้คงไม่สามารถพัฒนาไปได้ดีกว่าเกาหลีเหนือ

ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน ผมเกิดมาในยุคที่มีนักเตะเกาหลีใต้ไปค้าแข้งในสโมสรยุโรปมากมาย และเห็นความสำเร็จของเกาหลีใต้ที่สามารถคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลกปี 2002 ความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ผมอยากย้อนอดีตเพื่อค้นหาคำตอบว่า ประเทศที่ผ่านความยากลำบากมามากมายเช่นนี้ สามารถพัฒนาวงการฟุตบอลขึ้นมาได้อย่างไร

ดังนั้น ผมจึงย้อนอดีต เพื่อค้นหาข้อมูลวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ในยุคสมัยต่างๆ โดยเริ่มต้นที่เกาหลีใต้เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว

ยุคอาณานิคมญี่ปุน (ค.ศ. 1905- 1945) : วงการกีฬาที่ไร้อนาคต

ญี่ปุ่นเข้ายึดครองเกาหลีในปีค.ศ. 1905 ก่อนที่จะทำสนธิสัญญาผนวกดินแดนญี่ปุ่น-เกาหลีเข้าด้วยกันในปีค.ศ. 1910

หลังการผนวกดินแดนเข้าด้วยกันแล้ว ญี่ปุ่นปกครองเกาหลีใต้ด้วยการออกกฎระเบียบที่เข้มงวด เพื่อปรับเปลี่ยนประเทศให้เป็นแบบญี่ปุ่น เช่น การออกกฎให้สอนภาษาญี่ปุ่นในโรงเรียนและห้ามนักเรียนพูดภาษาเกาหลี มีกฎให้ชาวเกาหลีเปลี่ยนชื่อเป็นญี่ปุ่น ห้ามเกาหลีออกหนังสือพิมพ์ของตนเอง รวมทั้งการกดขี่ใช้แรงงานชาวเกาหลีเกือบ 1 ล้านคนให้ย้ายไปทำงานตามเหมืองแร่และโรงงานที่ญี่ปุ่น

ในวงการกีฬา การเล่นกีฬาทุกชนิดและสโมสรกีฬาทุกแห่งในเกาหลีถูกสั่งห้ามจากญี่ปุ่นทั้งหมด เช่น สมาคมฟุตบอลเกาหลี (ใช้ชื่อเดิมว่า the Chosun Football Association) ถูกญี่ปุ่นยกเลิกในปีค.ศ. 1938 เพราะเกรงว่าการรวมตัวกันเล่นกีฬาจะเปิดโอกาสให้คนเกาหลีรวมพลังกันต่อต้านญี่ปุ่น รวมทั้งการฝึกกีฬาในโรงเรียนของเด็กๆที่ถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดจากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น

การเล่นกีฬาในเกาหลีในยุคสมัยนั้น จึงเป็นแค่กิจกรรมการฝึกฝนความแข็งแรง เพื่อรับใช้เจ้าอาณานิคมอย่างญี่ปุ่นเพียงเท่านั้น สำหรับการแข่งขันกีฬาในระดับโลกแล้ว ตัวอย่างที่สร้างความเจ็บช้ำให้ชาวเกาหลีเป็นอย่างมาก ก็คือ การที่นักกีฬาเกาหลี  Shon Kee-Jung คว้าเหรียญทองการแข่งวิ่งมาราธอนในนามทีมชาติญี่ปุ่น จากการแข่งโอลิมปิคที่เบอร์ลินในปี ค.ศ. 1936

ในยุคอาณานิคม วงการกีฬาของเกาหลีจึงไร้อนาคตและหนทาง จนกระทั่งญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2

หลังยุคอาณานิคม สงครามเกาหลี และการพัฒนาฟุตบอล

หลังญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1945 เกาหลีตกอยู่ภายใต้การดูแลของประเทศชนะสงครามอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ที่เข้ามาควบคุมดูแลให้เกาหลีสามารถจัดตั้งรัฐบาลเป็นของตนเอง แต่ทว่าเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ จนทำให้เกิดสงครามเกาหลี (ค.ศ. 1950- 1953)  แบ่งแยกประเทศเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จนถึงปัจจุบัน

สมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1948 ในช่วงแรกของสมาคมฟุตบอลเต็มไปด้วยอุปสรรคจากปัญหาทางด้านการเงิน และการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพของฝ่ายบริหาร ทำให้ทีมฟุตบอลเกาหลีใต้ไม่พัฒนา ในขณะที่ทีมเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จด้วยการเฉือนชนะอิตาลีในฟุตบอลโลก 1966 ที่อังกฤษ ทำให้ชื่อเสียงของทีมเกาหลีเหนือโด่งดังไปทั่วโลก และกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้นำเกาหลีใต้อยากที่จะพัฒนาวงการฟุตบอลขึ้นมาทัดเทียม

ฟุตบอลถ้วย the President Park’s Cup

การพัฒนาวงการฟุตบอลของเกาหลีใต้นั้น เกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนาประเทศ ในยุคสมัยของนายพลปาร์คจองฮี (Park Chung Hee) ประธานาธิบดีที่ยึดอำนาจจากการรัฐประหาร (ปกครองในปี ค.ศ. 1961- ค.ศ. 1979)  ซึ่งการบริหารประเทศของปาร์คจองฮี มุ่งเน้นในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรม  และส่งเสริมธุรกิจการส่งออก

นายพลปาร์คจองฮี (Park Chung Hee)

ui

เครดิตรูปภาพ : http://www.simplydecoded.com/2013/03/20/park-chung-hee/

สำหรับการพัฒนาวงการฟุตบอล หลังจากที่สมาคมได้แต่งตั้งประธาน Jang Deok-Jin ขึ้นมาบริหารในปีค.ศ. 1970 เขาได้ปรับเปลี่ยนนโยบายในการพัฒนารากฐานของวงการฟุตบอลให้แข็งแรงมากขึ้น  อาทิ การจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับประถมเพื่อพัฒนาทักษะของนักเตะเยาวชน การปรับโครงสร้างการบริหารของสมาคม การก่อตั้งนิตยสาร Monthly Football เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสมาคม รวมทั้งการก่อตั้งฟุตบอลถ้วย

การแข่งขันฟุตบอลถ้วย the President Park’s Cup เริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ. 1971 โดยทางสมาคมฟุตบอลจะเชิญทีมจากต่างประเทศให้มาแข่งขันกับทีมชาติเกาหลีใต้ปีละ 3 ทีม (คล้ายฟุตบอลถ้วยคิงส์คัพของประเทศไทย) ซึ่งนอกจากจะมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพทีมฟุตบอลของเกาหลีใต้แล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศในยุคสร้างชาติของเกาหลีใต้อีกด้วย

การแข่งขันฟุตบอลถ้วย the President Park’s Cup เปลี่ยนชื่อเป็น Korea Cup ในปีค.ศ. 1995 และยกเลิกในปีค.ศ. 1999

ยุคสมัยของนายพลปาร์คจองฮี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการพัฒนาวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ไปพร้อมๆกับการพัฒนาประเทศ รวมไปถึงการพัฒนานักเตะเยาวชนและการก่อตั้งฟุตบอลถ้วย the President Park’s Cup ซึ่งเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมทีมฟุตบอลเกาหลีใต้ให้สามารถพัฒนาคุณภาพจนมีมาตรฐานในปัจจุบัน

————————————

ข้อมูลอ้างอิง : “Investigation ofinstitutional discourse on change in South Korean football from 1945 to pre-2002 FIFA World Cup” โดย Sang Yeol Bang

เครดิตรูปภาพ : http://www.kfa.or.kr/eng/news/news_view.asp?BoardNo=371&Page=1&Query=

Advertisements