hh

แชคและโคบี้หยอกล้อกัน ในวันที่แชคแวะกลับมาเยี่ยมเยียนถิ่นสเตเปิ้ล เซ็นเตอร์ในปี 2013

เครดิตภาพ: bleacherreport.com

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โคบี้ได้รับเกียรติให้มาร่วมสัมภาษณ์กับทางรายการ The Big Podcast With Shaq ซึ่งเป็นรายการทางอินเตอร์เน็ตของ แชคิล โอนีล ที่จัดร่วมกับ John Kincade ผู้สื่อข่าวกีฬาของทาง CBS Sports โดยเนื้อหาของรายการนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับแฟน ๆ ของทั้งคู่ ที่จะได้รับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต รวมถึงประเด็นเกาเหลาที่ทั้งคู่ออกมาพูดกันอย่างตรงไปตรงมา และนับเป็นบทสรุปที่ดี เพราะสุดท้ายเรื่องราวของทั้งแชคและโคบี้ เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เป็นแค่เรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกันในการทำงานแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง พอเวลาผ่านไปมันก็จบ ไม่มีอะไรต้องเก็บมาคิดแค้นอยู่ในใจ โดยเฉพาะกับโคบี้และแชค ซึ่งโดยบุคลิกแล้วเป็นคนที่โฟกัสอยู่กับปัจจุบันและอนาคต เรื่องราวในอดีตของทั้งคู่จึงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเสียเหลือเกิน  ซึ่งหากมันจะพิเศษ คงไม่ได้พิเศษในแง่ที่ว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกัน เกลียดกันแค่ไหน ใครถูกใครผิด หรือ ใครดีกว่าใคร แต่พิเศษในแง่ที่ว่าทั้งแชคและโคบี้ ทำให้ความขัดแย้งนั้นกลายเป็นข้อดีสำหรับทีมได้อย่างไร เพราะคงมีคู่หูในโลกกีฬาเพียงไม่กี่คู่หรอกที่คิดต่างกันอยู่เป็นประจำ แต่สามารถสร้างในสิ่งที่เรียกว่า Dynasty ได้ (นักกีฬาหรือทีมในลีกแต่ละลีกหรือในกีฬาแต่ละประเภทซึ่งได้แชมป์และโดดเด่นติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานในช่วงทศวรรษ) ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลก และไม่ได้พบเห็นกันได้บ่อย ๆ

ด้านล่างนี้คือบทสัมภาษณ์ทั้งหมดของรายการที่แปลมา ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ  ที่นี้นะครับ

แชค: ท่านสุภาพบุรษและสุภาพสตรีของเชิญทุกท่านพบกับที่สุดของเลเกอร์ส มิสเตอร์ โคบี้ ไบรอันท์ (แชคกล่าวเปิดรายการ – ผู้แปล) ว่าไงโคบี้ ?

โคบี้: ไงพรรคพวก นายล่ะเป็นไง ?

แชค: ก็โอเค แต่วันนี้ทุกคนต้องฟังกันให้ดีนะ ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาที่เราต้องมาเคลียร์กันซักหน่อย เพราะผมพูดมาหลายครั้งแล้ว ว่าถึงแม้เรื่องของเรามันจะดูเข้าใจยาก สาดกันไปมา เป็นเรื่องที่คนพูดถึงกันเยอะ เป็นมวยคู่เอก แต่ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า ฉันไม่เคยเกลียดนาย และฉันก็เชื่อว่านายก็ไม่ได้เกลียดฉัน ทุกวันนี้ฉันเรียกเรื่องของเราว่า “กัดกันท่าจะดี” (work beef) เพราะมันเป็นอย่างนั้น ฉันยังหนุ่ม นายก็ยังหนุ่ม แต่พอมองกลับไป คือเราได้แชมป์ 3 จาก 4 เลยนะเฮ่ย ซึ่งฉันไม่คิดว่ามันจะมีอะไรผิดพลาดไปหรอกมั่งน่ะ ฉันอยากตอบข้อสงสัยให้จบ ๆ ไป ให้ทุกคนได้รู้ ฉันไม่ได้เกลียดนาย เราอาจไม่เห็นด้วยกันหลายอย่าง ทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อย แต่ฉันคิดว่านั้นคือการเติมไฟให้กัน ฉันเคยคิดว่าทำไม ฟิล แจ็คสัน ไม่เคยเข้ามาเคลียร์ ก็เพราะเขาคงรู้ดี ว่าถ้านายพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับฉัน ฉันก็จะโมโห ถ้าฉันพูดอะไรถึงนาย นายก็โมโหอีก แต่มันก็เวิร์คดี ขอบคุณที่มาร่วมสัมภาษณ์ ฉันแค่อยากจะเคลียร์ข้อสงสัยทั้งหลาย ฉันรู้ว่าเรามีเรื่องหนัก ๆ กันเยอะ แต่ก็หนุกดี นายสนุกมั้ยเมื่อก่อน ?

โคบี้: นายว่ามันหนุกดีฉันก็ว่างั้น แต่สิ่งที่ทำให้ความขัดแย้งเรามันพิเศษคือ เราด่ากันต่อหน้า เราไม่ด่าหรือนินทากันลับหลังกับเพื่อนร่วมทีม ไม่ว่าเรื่องไหนก็ตาม เพราะการทำอะไรลับหลังมันยิ่งทำให้ปัญหาลุกลาม เหมือนมะเร็งร้ายสำหรับทีม เวลาคุณพูดกันต่อหน้า พูดในสิ่งที่คุณคิด ถึงแม้จะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันออกมา แต่มันก็ยอมรับได้ ทำให้เราไปต่อได้ และความจริงใจภายในทีมก็ยังคงอยู่ จากนั้นพอคุณจบเรื่อง ทีมก็จะโอเคขึ้น คุณเหมือนมีแรงผลักดันเพิ่มขึ้น ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถีบให้เราก้าวไปข้างหน้า โดยเฉพาะตอนแชมป์ที่สอง

ภาพแชคและโคบี้ในนัดชิงชนะเลิศปี 2001

เครดิตภาพ: mmc.news.com

Kincade: ครั้งสุดท้ายที่พวกคุณได้นั่งคุยกันจริง ๆ จัง ๆ คือตอนไหน และเท่าที่ผมรู้มา แชคเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดเรื่องในอดีตเท่าไหร่ แล้วคุณล่ะโคบี้ ชอบมั้ย ?

โคบี้: พูดด้วยความสัตย์จริง ผมก็ไม่ใช่คนที่ชอบรำลึกความหลัง  แต่แชคกับผมเหมือนกันตรงที่เราชอบมองแหวนแชมป์ของเรา อย่าเถียง (ฮา)

แชค: คุณรู้มั้ยอะไรที่ฮาสำหรับผม เราเล่นกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ โคบี้ 2004 ใช่มะ ? ไม่ใช่หรอกมันคือ 2015 11 ปีแล้วแต่คนก็ยังพูดถึงเราอยู่นั้นน่ะ โคตรฮาเลย ผมบอกอีกครั้งก็ได้อะ ผมไม่ได้เกลียดโคบี้โว้ยย แต่เราไม่ค่อยเห็นตรงกันใช่หรือเปล่า? ใช่ ยอมรับ เราไม่เห็นด้วย กันตลอด แต่มันเวิร์คสำหรับเราทั้งคู่ ฉันจะถามคำถามฮา ๆ กับนายตอนนี้ (แชคนอกเรื่อง – ผู้แปล) เมื่อคืนเมียนายพิมพ์ผิด หรือที่จริงนายฉายา Bay-Boo กันแน่ ? (ชื่อเรียกคนรักให้ดูน่ารักหน่อมแน้ม ซึ่งวาเนสซ่าใช้เรียกโคบี้ในอินสตราแกรมช่วงวันเกิด – ผู้แปล)

โคบี้: (ฮา) ก็ประมาณนั้นแหละ ฉันน่าจะเป็นแบล็ค แมมบ้าอะดีละ นายจะสื่ออะไรเนี่ย

Kincade: แต่โคบี้ ถ้าตอนนี้คุณฉายา Bay-Boo จริง บางทีเลอบรอนกับนักบาสคนอื่นอาจจะแอบซุบซิบคุณแล้ว

โคบี้: ผมบอกเลย ผมไม่แคร์ว่าพวกเขาซุบซิบอะไรกัน Bay-Boo ยังจัดได้ 60 แต้ม (ฮา)

แชค: แต่โคบี้ ฉันเคืองนายอยู่เรื่องหนึ่ง นายทำลายสถิติสกอร์ตลอดอาชีพของฉันไปได้ไง อย่างเครียดเลยพูดจริง ฉันไม่รู้เลยว่านายข้ามฉันไปแล้ว จนตอนไปถ่ายรายการของ TNT บาร์คลี่ย์เลยบอก รู้ยังเด็กนายข้ามหัวไปแล้วอะ? ข้ามไรวะ? แต้มไง ผมเลยไปดู โอ้ ไอ้ตัวแสบนี่มันสกอร์เพียบเลย นายเพิ่งข้ามสถิติไมเคิล จอร์แดน ไปเมื่อปีที่แล้ว อะไรที่นายจะทำต่อ? ปีนี้ปีสุดท้ายหรือเปล่า? ตอนนี้ทำอะไรอยู่? นายได้ 5 แหวน นายข้ามสถิติสกอร์ของไมเคิล จอร์แดน นายบอกฉันว่าจะทำให้ได้ตั้งแต่อายุ 18 ตอนนั้นฉันรู้สึกว่า ไม่ว่าอะไรที่นายพูด มันเด็กน้อยว่ะ แต่ปรากฎว่านายทำได้ทุกอย่างที่นายบอกว่าจะทำ อะไรที่นายจะทำต่อ?

โคบี้: ก็ซ้อมและเตรียมตัวให้พร้อมกับซีซั่นนี้ ฉันตื่นเต้นนะ นี่คือปีที่ 20 ในอาชีพของฉันแล้ว ใกล้จะเลิกเล่นเข้าทุกวัน  20 ปีแหนะ มันบ้าไปแล้ว ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเล่นมาถึง 20 ปี ฉะนั้นก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม

Kincade: ผมเคยได้ยินมาว่า ก่อนเกม 7 รอบชิงสายปี 2002 แชคโทรหาคุณตอน 3 โมงเช้า เพราะเหมือนมีคุณหรือไม่ก็ใครซักคน อาจเผลอหลับก่อนเกม 7 ถ้านั่นเป็นเรื่องจริง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยครับ

โคบี้: นั่นคือเรื่องจริงครับ แชคโทรเช็คตลอด เราโทรเช็คกันตลอด โดยสุ่มเวลาเอา เพราะเรารู้ว่าเราต่างเป็นกลไกที่คอยขับเคลื่อนทีม ฉะนั้นเราต้องคอยผลักดันกันและกันได้

Kincade: แล้วพวกคุณคุยอะไรกัน

แชค: ผมถาม โคบี้พร้อมยัง? เขาบอก แหง พร้อมละ  นายพร้อมจะชู้ตฟรีโทรว์หรือยังล่ะ (โคบี้ถามกลับ)? ผมก็ประมาณว่า แน่นอน พร้อมละ (ฮา) ก็อำกันไปมาหนุกดี ประมาณนั้น ก็ถามไถ่ความพร้อมกันไป

โคบี้: ใช่เลย แชคเขาชอบประมาณว่า โคบี้ผลัดกันนะ ซีรี่ส์ (รอบ) นี้นายเอาไป ซีรี่ส์หน้าฉันจัดการเอง ซีรี่ส์หน้าก็นาย เราก็คุยกันแบบนั้น แชคชอบพูดว่า โคบี้จัดการแม่งเลย เอาให้ตายซีรี่ส์นี้ ผมก็จะบอก แชคนี้ตานาย นายลุยดิ เราเคยสลับกันว่าใครจะลุยซี่รี่ส์ไหน

Kincade: เลเกอร์สปี 2004 เป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก (แกรี่ เพย์ตัน, คาร์ล มาโลน) แต่ทำไมไม่ได้แชมป์ในปีนั้น?

แชค: ผมก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าปีที่มันส์สุดสำหรับผม คือแชมป์แรกของเราตอนเจออินเดียน่า ผมจำได้มีอยู่เกมหนึ่งผมฟาวล์จนโดนไล่ออก ผมมองไปที่โคบี้ เขาบอกผม ไม่ต้องห่วงลูกพี่ เดี๋ยวจัดให้ แล้วเขาก็ไปจัดสามแต้ม 4 ลูกติด ผมอุทานแบบว่า “โหแม่ง” จากนั้นท้ายเกม ผมพูดเลย นี้คือนักบาสที่ดีที่สุดในโลก เพราะเขาบอกกับผมว่าไงเขาก็ทำได้อย่างนั้นจริง ๆ ผมว่าผมรู้สึกแย่แล้วนะห่าเอ๊ย ดันโดนไล่ออก อาจทำให้ทีมแพ้ แม่งความผิดกูอีกแล้ว แต่โคบี้มองมาที่ผมแล้วบอก ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวจัดให้

โคบี้: แต่ของผม ผมจำโมเม้นท์หนึ่งได้ ซึ่งมันน่าจะสำคัญมากสำหรับผมกับแชค ตอนที่เขาเจอเกมหินในดัลลัส เขาพลาดลูกโทษไปประมาณ 8 ลูกติดได้

แชค: ไม่ต้องโกหกชาวบ้าน ฉันพลาดไป 13 (ฮา)

โคบี้: นักบาสส่วนใหญ่จะเป็นอีแอบไปแล้ว พวกเขาเริ่มโทษใครบางคนหรือบอกว่า นี่ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ทีมแพ้ แต่แชคกลับจริงจังกับเรื่องนี้ เขาเข้ามาในล็อกเกอร์ รูม ทำลายล็อกเกอร์ เพราะโมโหตัวเอง และยอมรับว่ามันคือปัจจัยที่ทำให้ทีมแพ้ เขาไม่กลบเกลื่อนความผิดตัวเอง แต่เขากลับใช้มันเป็นเชื้อไฟให้ตัวเองพัฒนาต่อไปให้ดีขึ้นและพาเราคว้าแชมป์ นั่นคือสิ่งที่ผมประทับใจ ผมพูดกับตัวเอง ผู้ชายคนนี้แคร์ทีมจริง ๆ เขาไม่ได้ทำตัวชิลเอนกาย กลบเกลื่อนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

uu

แชคและโคบี้พูดคุยกันก่อนเกมในปี 1999

เครดิตภาพ: nba.tumblr.com

Kincade: เคยคิดบ้างมั้ยว่าพวกคุณหมดโอกาสเป็นคู่หูในตำนาน เพราะดันมาแยกทางกันซะก่อน?

แชค: ใช่ เรารู้สึกแบบนั้น ผมหมายถึงตัวผมนะ แต่โคบี้ ฉันไม่รู้นายรู้สึกยังไง เราคือ 2 ยอดมนุษย์ จากนั้นก็มีเรื่องของธุรกิจเข้ามา หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่พอมีเรื่องของธุรกิจ แล้วผมเริ่มแก่ขึ้น ฝ่ายบริหารก็คิดประมาณว่า นายแก่ไปแล้ว เรารู้คุณต้องการอย่างนี้ แต่เราให้คุณได้แค่นี้ แต่ในใจผมคิดว่า ฉันไม่ได้แก่ ฉันไม่ได้ต้องการแค่นั้น และพวกเขาก็ต้องการเปลี่ยนทีมไปสู่ทิศทางใหม่ ๆ แต่สิ่งที่ดีอย่างหนึ่งเกี่ยวกับ ดร.บัสส์ (อดีตเจ้าของทีมผู้ล่วงลับ) คือเขาจะมาพูดกับคุณต่อหน้า ดร.บัสส์เรียกผมมาแล้วบอกว่า นี่คือสิ่งที่เราจะทำ นี่คือสิ่งที่เราจะไม่ทำ ถ้านายรับไม่ได้ เราจะเทรดนาย ซึ่งผมเคารพตรงจุดนี้ของ ดร.บัสส์มาตลอด ผมไม่มีปัญหาและไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอะไรกับครอบครัวของเขาเลย เพราะผมเข้าใจว่าพวกเขาต้องทำธุรกิจ

โคบี้: เรื่องธุรกิจมันก็แบบนี้ องค์กรต้องการจะเปลี่ยนทิศทาง แต่ผมคิดในเชิงปรัชญา ลองจินตนาการดู ว่าถ้าไมเคิล จอร์แดน ซึ่งเป็นดาวรุ่งที่กำลังจะก้าวขึ้นมา ได้เล่นคู่กับ วิลท์ แชมเบอร์เลน ที่อยู่ในช่วงพีค พวกเขาจะเล่นร่วมกันได้ซักกี่ปี? นานแค่ไหนที่ไมเคิลจะพูดได้ว่า  รู้อะไรมั้ย ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะได้โชว์ ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไม แชคกับผม ถึงเป็นไปในลักษณะนั้นตอนที่เราเล่นด้วยกัน เพราะคุณมียอดมนุษย์ 2 คน ที่เล่นทีมเดียวกันจริง ๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ

Kincade: คุณได้เรียนรู้อะไรในการเล่นกับแชค? ในทางกลับกัน แชค คุณมีพัฒนาการอะไรเพิ่มขึ้นมั้ย หลังจากคุณได้เล่นกับโคบี้ ไบรอันท์ ?

โคบี้: แชคสอนผมเรื่องความเป็นผู้นำ เขามหัศจรรย์ ก็อย่างที่เห็นกันตอนนี้ เขาเข้ากับคนอื่นได้ง่าย แคร์คนมาก ๆ เขาโอบกอดเพื่อนทุกคน เขาเช็คเพื่อนตลอดว่าโอเคอยู่หรือเปล่า ผมเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากเขา เพราะผมไม่ได้เป็นคนแบบนั้น

แชค: สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากโคบี้คือ โคบี้เป็นคนที่ไม่ว่าอะไรที่เขาพูดออกไป เขาจะทำมัน ตั้งแต่อายุ 18 แล้ว เขาจะลงมือทำตลอด ผมเรียนรู้เรื่องนี้จากโคบี้ เพราะตอนที่ผมกับโคบี้มาอยู่ลอสแองเจลิสด้วยกัน เราเป็นทีมที่มีนักบาสซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์ได้อยู่หลายคน แต่ตอนเล่นที่ยูท่าห์ ยูท่าห์ฆ่าเราตายตลอด มีเพียงแค่คนเดียว ที่จ้องจะทำสกอร์ ผมไม่อยากทำ ไม่มีใครอยากทำ แต่โคบี้ชู้ต 3 ช็อตสำคัญ เขาชู้ตแอร์บอล ผมรู้เลย คน ๆ นี้มันไม่กลัว มันจะเอาต่อ ตอนผมมีปัญหา เล่นไม่ดี เขาจะเป็นคนที่บอกกับตัวเองว่า แชคเล่นไม่ดี ฉันต้องตั้งใจเล่นให้มากขึ้น ผมว่าเขาคือคนเดียวที่เทียบได้กับจอร์แดนเลยนะ เท่าที่ผมเคยเห็นมา

โคบี้: ตอนปี 99 มี 2 อย่างเกิดขึ้น ผมคิดว่าแชคอ่านออกแล้วล่ะ ว่าไอ้เด็กนี่มันสายแข็ง มันค่อนข้างเอาจริงเอาจัง แล้วผมก็รู้แล้วว่าผมทำอะไรโง่ ๆ ไปหลายอย่าง ผมเกือบมีปัญหาชกต่อยกับแชค แล้วผมก็กลับมานั่งคิดที่บ้านว่าผมคือโคตรไอ้งั่งหรือเป็นเด็กที่กล้าหาญที่สุดในโลกกันแน่วะ

Kincade: แต่ก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรว่าคุณจะซัดกัน คุณเกือบทำแบบนั้นมาหลายครั้งแล้วหรอ?

แชค: เราจะใส่กันตลอด แต่นั่นทำให้ผมเห็นว่า ไอ้เด็กนี่มันไม่ยอมเว้ยเฮ้ย ทั้ง ๆ ที่โคบี้ก็รู้ว่าผมมันไฝว้ได้กับทุกคนในลีก ฉะนั้นเวลาผมเห็นเขายืนหยัดได้ทุกวัน ผมบอกกับตัวเอง ห่าไอ้เด็กนี่แม่งสายแข็ง ผมรู้เลยว่าถ้าผมส่งบอลออกไปให้เขา เขาชู้ตแน่ เขาจัดการแน่

Kincade: มีอะไรมั้ยแชคที่คุณอยากกลับไปแก้ไข ในสิ่งที่คุณเคยพูดไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา ?

แชค: หลายอย่างครับ ถ้าคุณกลับไปดูคลิปคุณจะเห็นตอนที่ผมบอกว่าผมอยากเทรด แต่อันที่จริงผมไม่ได้ต้องการจะออกไปจาก L.A. เลย แต่นั่นคือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องพูดเมื่อคุณอยู่ในวงจรธุรกิจ โดยเฉพาะในตอนที่คุณยังสามารถคุมอะไรได้ ผมไม่ได้อยากออกจาก L.A. หลายอย่างที่ต้องพูดออกไปมันเป็นเพราะสถานการณ์ในตอนนั้น ผมยอมรับว่าผมจำไม่ได้หมดหรอกว่าผมพูดอะไรออกไปบ้าง เพราะผมเปลี่ยนวิธีคิดของผมอยู่ตลอด คุณรู้อะไรมั้ย? เราชนะ 3 จาก 4 แชมป์ จะพูดอะไรกันมากมายอีกล่ะ? นี่มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่มั้ย? เราชนะ 3 จาก 4 อย่าลืมสถิติ 15-1 ของเรา (สถิติชนะในเพลย์ออฟปี 2001) มันควรจะเป็น 16-0 ด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะไอเวอร์สันยิงเรา 55 แต้ม (เกม 1 นัดชิง) เราทำสถิติ NBA นะ ทีมที่กัดกันแทบตายแต่ทำสถิติ 15-1 คุณเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาจากที่ไหนบ้างล่ะ  และผมรับประกันเลยว่าจะไม่มีใครสามารถทำลายสถิตินี้ได้ในอีกใน 30 ปีข้างหน้า ผมรับประกัน ไม่มีใครทำสถิติ 15-1 ได้อีกแน่ในอีก 30 ปี ผมมั่นใจ

โคบี้: คือผมคิดว่า ตอนคุณพูดอะไรไปตอนนั้น คุณก็รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ แหละ แต่พอคุณเริ่มโตขึ้น คุณมีความคิดมากขึ้น คุณก็จะรู้สึกว่า โอ้โห กูนี่แม่งโคตรงี่เง่าเลยว่ะตอนนั้น สำหรับผมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือหุบปากไว้เหอะ คุณไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรพวกนั้นต่อหน้าสื่อ หัดเก็บมันไว้ในใจ เรามีเรื่องขัดแย้งกัน มีเรื่องไม่ลงรอยกัน แต่การเอาเรื่องพวกนี้ไปเผยต่อหน้าสื่อ ผมคิดว่าเราควรหลีกเลี่ยง มันเป็นการสร้างเรื่องที่ส่งผลต่อทีม ต่อตัวผมและแชคได้อย่างเร็วมาก และสื่อก็จะโหมกระหน่ำกดดันใส่เราและองค์กรของเราอย่างหนัก  ผมสนุกที่ได้เล่นกับแชค ผมได้มีช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ กับเขา และผมยังซาบซึ้งกับมันมาจนถึงทุกวันนี้ ผมได้เรียนรู้บทเรียนมากมายจากผู้ชายคนนี้ เหมือนที่ผมพูดไว้ตอนต้น ทั้งในเรื่องของความเป็นผู้นำ การมีสังคม การสร้างมิตรภาพที่ดี หรืออะไรประมาณนั้น ถ้าผมด่าเขาว่า แชคมันสัตว์ป่าชัด ๆ เขาก็ยังยิ้มได้ตลอด เขาอยู่ในทีวีในช่อง TNT คุณก็เห็นนิสัยใจคออยู่แล้ว แต่ไอ้คน ๆ นี้มันก็บดขยี้ใจคุณได้เหมือนกัน ซึ่งนั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมชอบเขา เพราะเขามันแสบได้ไม่ต่างจากผมในสนาม

ภาพแชคและโคบี้ฉลองแชมป์แรกของตัวเองในปี 2000

เครดิตภาพ: nba.tumblr.com

แชค: โคบี้ฉันถามนายอย่างหนึ่ง เพราะมีคนชอบมาถามฉันก่อนฉันจะรีไทร์จนถึงตอนนี้ นายเห็นโคบี้คนต่อไปในลีกหรือเปล่า?

โคบี้: ไม่นะ ฉันมันแนวโอลด์สคูล แต่ก็มีนักบาสที่ดุดันหรือใจสู้อยู่เหมือนกัน แต่พูดยาก มันคนละเจเนอเรชั่นกัน ฉันโตมาตอนที่ได้สู้กับ ไมเคิล จอร์แดน กับ แกรี่ เพย์ตัน แล้วพวกนี้เขามาแบบเลือดเย็น เหมือนจอห์น สต๊อคตัน หรืออีกหลายคน มันเลยทำให้ให้ฉันมีจิตใจแบบนี้ แต่ทุกวันนี้มองไปมันก็ไม่ค่อยเห็นคนแบบนี้ในลีกแล้ว ทุกคนก็เพื่อนกันหมด

Kincade: โคบี้ แชคบอกว่า NBA ทุกวันนี้มันป้อแป้กว่าสมัยคุณ คุณเห็นด้วยหรือเปล่า ?

โคบี้: 100% ผมเคยพูดมาแล้วด้วยเหมือนกัน ตอนเราเล่นในโอลิมปิค รูปร่างความแข็งแกร่งของนักบาสในโอลิมปิคเขาดีกว่านักบาส NBA เสียอีก NBA เคยหินมาก เคยเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกพี่ ๆ 7 ฟุตทั้งหลาย

แชค: นายรู้ปะว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเราฆ่าพวกเขาตายหมดแล้วไง

โคบี้: มาคิดตอนนี้ มันก็แปลกดีนะ หากย้อนไปสมัยก่อน คุณนึกชื่อพวก 7 ฟุตตัวเจ๋ง ๆ ซัก 5-6 คน ออกเลย แต่ให้ลองมานึกถึงตัวเจ๋ง ๆ ตอนนี้สิ…

Kincade: ฟิล แจ็คสันมีอาการเลือกที่รักมักที่ชังกับคุณสองคนบ้างมั้ย ?

แชค: ไม่นะ ไม่เคยมี

Kincade: แต่เหมือนสื่อส่วนใหญ่จะบอกว่าฟิลจะเอาใจคุณซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะครั้งหนึ่ง เจอร์รี่ เวสท์ เคยบอกว่าเหมือนคุณอยากให้เขาเอาใจคุณ

แชค: ไม่เลย เขาโคตรจะแฟร์ เขาเคยมีอาการเซ็ง ๆ อยู่ครั้งหนึ่ง แล้วเข้ามาบอกว่า นายทั้งคู่จะจบกันซักทีได้ยัง เขาพูดแบบนี้เลย นั่นไม่ใช่อาการของคนที่จะมาเอาใจกันแล้ว แต่คุณรู้อะไรมั้ย โรเบิร์ต ฮอร์รี่ อะมักจะกลายเป็นแพะรับบาปแทนเรา

โคบี้: ใช่ ๆ เขามาลงกับโรเบิร์ตตลอด

Kincade: คุณสองคน มีใครสามารถจะบริหารทีมให้ดีขึ้นได้มั้ย?

โคบี้: ไม่ต้องมองมาที่ผมเลย ผมสามารถไล่ใครออกก็ได้ภายในวินาที ทำไม่ได้แน่ ๆ

Kincade: โคบี้ตอนนี้คุณก็ใกล้จะรีไทร์แล้ว อนาคตหลังเลิกเล่นบาสคุณจะเป็นอย่างไร? คุณจะทำอะไรต่อ?

โคบี้: ผมก็เดินหน้าสร้างบริษัทนี้ต่อไป (Kobe Inc.) โปรเจ็คแรกของเราก็คือสารคดีเรื่อง MUSE ได้เขียนบท ตัดต่อและผลิต ผมสนุกกับเรื่องเล่าที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน มันท้าทายความคิด ว่าจะทำอย่างไรให้คนประสบความสำเร็จกับอะไรบางอย่าง หาวิธีให้คนไปให้ถึงขีดสุดความสามารถของพวกเขา นั่นคือสิ่งที่ผมสนใจ

Kincade: ทีมไหนเจ่งสุดตั้งแต่คุณเล่นมา ?

แชค: ทีม 15-1

โคบี้: แน่นอน ไม่ต้องคิด ทีม 2001

าา

แชคและโคบี้ขณะฉลองแชมป์กันในปี 2001 ที่ฟิลาเดเฟีย

เครดิตภาพ: nba.tumblr.com

แชค: โคบี้ ฉันอยากให้นายทำอะไรให้ฉันอย่าง ฉันอยากให้นายขอโทษเมียรักของนาย ให้ฉันหน่อย เพราะทุกครั้งที่ฉันเห็นเธอและเด็ก ๆ ฉันชอบพูดว่า หวัดดี วาเนสซ่า หวัดดี หนู ๆ นี่ลุงแชคนะ เธอเลยบอกว่า นายพูดทุกครั้งเลยนะ  ฉันแค่อยากบอกให้เขารู้จักลุงแชค คราวหน้าบอกเธอด้วย ฉันสัญญาว่าจะไม่พูดละ

โคบี้: จัดให้ ไม่มีปัญหาเพื่อน

Kincade: คุณรู้หรือเปล่าว่าเรื่องขู่ฆ่านั้นทำให้คนอเมริกาช็อกกันแค่ไหน? (แชคเคยขู่ฆ่าโคบี้)

แชค: พวกเขาไม่ช็อกหรอก ผมพูดอยู่บ่อย ถึงแม้เราจะไม่เห็นด้วยกันในล็อกเกอร์ รูม แต่ผมบอกเลย ถ้าฉันเห็นโคบี้กับชีวิตที่มีความสุข และลูก ๆ ที่น่ารัก ในร้านอาหาร ฉันจะไม่เข้าไปเอาน้ำสาดหน้าเขา ฉันจะทักทายปกติ ไงโคบี้ ไงวาเนสซ่า ไงหนู ๆ จากนั้นเราค่อยกัดกันต่อ คนทั่วไปบอกว่า ฉันอ่านบทความมาที่นายถึงกับบอกว่าจะฆ่าโคบี้เลยนะ ใช่ ผมพูดอย่างนั้น แต่ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น

Kincade: คุณยังจำวันนั้นได้อยู่หรือเปล่าโคบี้ ที่คุณจะมีเรื่องกับแชค?

โคบี้: แน่นอน ผมจำได้ และผมก็พูดในใจ “มาเลย” แต่การชี้แจงของแชค กับสิ่งที่คนอเมริกันคิด มันโชว์ให้เห็นถึงความแตกต่างของเรา เพราะแชคก็จะคอยบอกอยู่เสมอว่า มันไม่ใช่อย่างนั้น ส่วนผมกลับรู้สึกว่าช่างแม่งเหอะ ผมไม่แคร์หรอกคนจะพูดอะไร (ฮา) เพราะนั่นคือสิ่งที่เราไว้ใช้กระตุ้นกัน

Kincade: แชคคุณรู้สึกยังไงตอนโคบี้ได้แชมป์?

แชค: ผมก็เคืองนะ ผมได้ 4 แชมป์ก่อน ผมเลยแอบข่ม ๆ จากนั้น 2-3 ปีต่อมา พวกเขาก็ได้ พาว กาซอลกับบายนัมมา จนได้ 4 แชมป์ ผมก็ยังโอเค เราเสมอกัน แต่พอใจเย็นได้พักหนึ่ง จากนั้นเขาก็ได้ตัวที่ 5 และนักข่าวก็ไปถามโคบี้ว่า รู้สึกดีมั้ยได้มากกว่าแชค 1 ตัว โคบี้ตอบ แน่นอน ผมมีมากกว่าแชค 1 ตัว ผมแบบว่า อื้อหือ ไอ้ห่า พวกเขาเล่นผมซะแล้ว

Kincade: โคบี้ แล้วคุณล่ะ แฮปปี้กับแชคหรือเปล่าตอนเขาได้แชมป์ในไมอามี่ ?

โคบี้: ด้วยความสัตย์จริง ผมยินดีกับเขา เพราะผมรู้ว่ามันจะเป็นแรงผลักดันให้ผมคว้าแชมป์อีก ผมอยากไปอยู่จุดเดียวกับแมจิก จอห์นสันและไมเคิล จอร์แดนมาตลอด 4 แชมป์เลยไม่ได้อยู่ในสาระบบของผมเท่าไหร่ มันผลักดันผม มันกระตุ้นผม จนพอผมได้ 5 แชมป์ ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะทำให้ใครซักคนหงุดหงิด (ฮา)

แชค: โคบี้ ฉันอยากบอกนาย ฉันรักนาย ไอ้น้อง ฉันสนุกที่ได้เล่นกับนาย ฉันคิดว่าเราควรไปได้ถึง 7 แชมป์ แต่เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว เรายังให้เกียรติกันเสมอ เป็นคู่มวยที่เด็ดสุดแล้วในประวัติศาสตร์เลเกอร์ส และฉันเชื่อว่าจะมีคนพูดถึงเรื่องของเราไปอีกนาน ฉันรักนายไอ้น้อง ฉันจะคิดถึงนาย ขอให้ปีนี้โชคดีนะ

โคบี้: ขอบคุณมาก ไอ้พี่ชาย

 

ไฮเซนเบิร์ก @Heisenbergball

29 กันยายน 2558

 

ที่มา

Kobe and Shaq Reflect on Playing Days | Los Angeles Lakers

Advertisements