8370186-850x560

อัลดริดจ์ขณะชู้ตมิด-เรนจ์หนีการป้องกันของทิม ดันแคนในเกมวันที่ 12 มีนาคม 2014

ตั้งแต่ NBA ให้กำเนิดเส้นสามแต้มในปี 1979 สิ่งที่ตามมาไปโดยปริยายคือสิ่งที่เรียกว่าการชู้ตมิด-เรนจ์ (แม้นักบาสจะชู้ตระยะเดิมนั่นแหละ) หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าการชู้ตกันในระยะกลาง ซึ่งเป็นระยะที่ไม่ได้มีใครมากะเกณฑ์หรือกำหนดไว้ชัดเจนว่าคือระยะที่เท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ แต่ก็เป็นอันรู้กันว่ามันคือระยะบริเวณ Perimeter คือไม่เกินเส้นสามแต้ม และก็ไม่เข้าไปในบริเวณเพ้นท์ หรือตีซักในระยะ 10-20 ฟุตจากใต้ห่วง ซึ่งถือเป็นระยะที่ได้รับความนิยมมาเสมอ ยิ่งในยุคจอร์แดนผงาด จอร์แดนยิ่งทำให้เห็นว่าการยิงลูกระยะมิด-เรนจ์นั้นคือลูกที่ทรงประสิทธิภาพ ไล่มาจนถึงยุคของโคบี้ ไบรอันท์, เดิร์ก โนวิซกี้ การชู้ตมิด-เรนจ์ ก็ยังทำอันตรายได้ตลอด เพราะหากมองกันที่เหตุผลมันก็เป็นการทำสกอร์ที่ง่าย ๆ และได้แต้มมาโดยไม่ต้องเสี่ยงอะไร เรียกว่าเดินทางสายกลางตามชื่อระยะก็ว่าได้  เพราะถ้าหากเราลองเขยิบเข้าไปเล่นใกล้ห่วง โอเคมันทำสกอร์ได้ชัวร์กว่า แต่คุ้มเหรอที่เราต้องเสียเวลาม้วนต้วนและอาจจะโดนบิ๊กแมนทุบเอา หรือถ้าเราใจไม่กล้าลุย ขอเลยไปอยู่หลังเส้นสามแต้มก็ไม่ชัวร์เลยว่าลูกมันจะลอยลงห่วงได้ง่าย ๆ แต่ก็เพราะรูปแบบการฝึกซ้อมในทุกวันนี้ สามารถทำให้นักบาสพัฒนาการชู้ตลูกสามคะแนนของตนเองได้ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ความนิยมจึงก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเฮที่ดังกว่าเมื่อนักบาสชู้ตสามคะแนนได้ ยิ่งกลายเป็นอุปทานให้นักบาสโดยเฉพาะตัวแบ็คคอร์ทหันมาชู้ตลูกลักษณะนี้กันมากขึ้น พร้อม ๆ กับกระแสเคอร์รี่ฟีเวอร์ ที่ทำเอาหลายทีมต้องตามเทรนด์ลูกสามคะแนน เพราะถ้าหากคุณไม่ชู้ตมัน คุณก็จะโดนชู้ตก่อน จนไล่ตามคะแนนฝั่งตรงข้ามไม่ทัน จนความนิยมในการชู้ตมิด-เรนจ์ของแบ็คคอร์ทเริ่มจะเหือดหายไป

แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังเชื่อว่าการชู้ตมิดเรนจ์นั้นยังอันตรายและเป็นอาวุธลับของใครก็ได้ที่พยายามฝึกฝนมัน โดยเฉพาะกับบิ๊กแมนในทุกวันนี้ ที่พยายามขยายขอบเขตเกมของตัวเองมาสู่ระยะนี้ ซึ่งหนึ่งในคนที่น่ากล่าวถึงที่สุดก็คือลาร์มาร์คัส อัลดริดจ์ ที่นับวันการชู้ตมิด-เรนจ์ของเขาก็ยิ่งจะแม่นยำขึ้น ทั้งเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายให้แก่หลายต่อหลายทีม พร้อม ๆ กับที่มันก็สร้างชื่อให้กับเขาไปในเวลาเดียวกัน โดยหากนับสถิติในฤดูกาลปกติ 3 ปีหลังสุดจะพบได้ว่าอัลดริดจ์นั้นคือนักบาสที่พยายามชู้ตมิด-เรนจ์มากที่สุดในลีก โดยปีล่าสุดอัลดริดจ์ครองสถิติอันดับ 1 ด้วยการชู้ตถึง 788 ลูก ในขณะที่เปอร์เซ็นความแม่นยำถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานที่ 41.5% (ปี 2012-13 – 753 ลูก, ปี 2013-14 – 899 ลูก)

แต่เบื้องหลังมิด-เรนจ์ของอัลดริดจ์จะเป็นอย่างไร เว็บไซด์บลีชเชอร์ รีพอร์ทโดย Jared Zwerling ได้ทำการสัมภาษณ์ไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในบทสัมภาษณ์ชื่อ All-Star LaMarcus Aldridge Reveals the Skills That Make Him a Mid-Range Maestro ซึ่งผมถือโอกาสแปลมาให้อ่านกัน จะมีเนื้อหาอย่างไรลองอ่านกันได้ครับ (ผิดพลาดประการใดโปรดแนะนำท้วงติงและขออภัยมา ณ ที่นี้นะครับ)

Untitled-1

สถิติความพยายามในการชู้ตลูกมิด-เรนจ์ในฤดูกาล 2014-15 ของอัลดริดจ์จากเว็บไซด์ stats.nba.com (คลิกเพื่อขยาย)

 

1.ความคิดเรื่องการชู้ตมิดเรนจ์ของอัลดริดจ์นั่นเริ่มมาตั้งแต่สมัยอยู่คอลเลจ

Rick Barnes โค้ชสมัยคอลเลจของผมเคยบอกผมว่านักบาสเก่ง ๆ ทั้งหลาย ล้วนมี go to move (ท่าการเคลื่อนที่ในแนวตรงปกติ) และ counter move (ท่าการเคลื่อนที่แบบย้อนแย้งจับทางยาก) ของตัวเอง ฉะนั้นการจั้มป์ชู้ตสมัยเล่นคอลเลจจึงกลายเป็น go to move ของผมมัน จากนั้นผมจึงเริ่มหัดกลับตัวชู้ต (ให้กลายเป็น counter move ของตัวเอง)

ริคและผมมักศึกษาวิธีการเล่นของ Rasheed Wallace โดยการดูวีดีโอ เราจะคอยมาสังเกตกันว่าเขาถือบอลอยู่สูงจากหัวประมาณไหน จากนั้นเราก็มาลองฝึกกันใต้ห่วง พยายามถือบอลสูงกว่าระดับหัวแล้วค่อยปล่อยบอลชู้ต นอกจากนั้นผมยังศึกษาเอาจากทิม ดันแคน, เดิร์ก โนวิซกี้ และเควิน การ์เน็ตต์ด้วย เพราะตราบเท่าที่ผมสะดวกพอจะกลับตัวชู้ตได้ ผมก็จะชู้ตลูกลักษณะนี้ในเกมเป็นส่วนใหญ่

2.การพัฒนาการชู้ตมิด-เรนจ์ใน NBA นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็น

ตอนผมเข้ามาใน NBA การ พิค แอนด์ พ็อพ เป็นเพลย์ที่ผมเล่นจนเป็นนิสัย ผมเลยรู้ได้ทันทีว่าการชู้ตมิดเรนจ์จะกลายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในอาชีพนักบาสของผม ผมไม่ว่องไวแข็งแกร่งพอจะสู้กับใครได้เหมือนตอนอยู่ในคอลเลจ ซึ่งตอนนั้นผมหนักประมาณ 245 ปอนด์ แต่ตอนนี้ผมหนัก 270 ปอนด์ ดังนั้นผมจึงต้องใช้การชู้ตเฟดอเวย์คอยช่วย จนตอนนี้มันก็กลายเป็นท่าหลัก ๆ ของผมไปแล้ว

ผมรู้สึกว่าผมไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งพอ แค่ผมอยู่ในระยะถนัด ผมก็สามารถชู้ตข้ามตัวประกบได้ เพราะผมถือบอลไว้ค่อนข้างสูง ยิ่งตอนนี้การกลับตัวชู้ตของผมมันไม่ใช่แค่การกลับตัวชู้ตทั่วไป เพราะมันเป็นการกลับตัวชู้ตที่ค่อนข้างสูง ผมซ้อมมันทุกซัมเมอร์โดยไม่ต้องมีโค้ช เพราะริคสอนเบสิคการฝึกทุกอย่างให้แก่ผมแล้ว จนผมทำมันเป็นนิสัย คอยสร้างเสริมในเรื่องของความจำกล้ามเนื้อกับความแข็งแรงให้แก่หัวไหล่

3.ส่วนใหญ่ทีมใน NBA ชอบคิดว่าการชู้ตมิด-เรนจ์นั่นไม่น่าชู้ตเท่าไหร่ แต่..

เพราะเขาต้องการให้คุณชู้ตน่ะสิ ฉะนั้นทำไมผมจะไม่ชู้ตมันล่ะ เมื่อมีแต่คนไม่อยากจะเล่น ปรัชญาของทีมเราคือพยายามเน้นยิงสามคะแนน และเล่นลูกที่อยู่ใกล้ห่วง เราเลยเลิกชู้ตมิด-เรนจ์กันไป ราวกับว่ามันเป็นช็อตที่แย่ซะงั้น แต่ไม่ใช่สำหรับผม ผมรู้สึกว่าที่ผมสามารถเล่นได้ดี ก็เพราะโค้ชปล่อยให้ผมได้ใช้ทักษะของตัวเอง และปล่อยให้ผมชู้ตลูกลักษณะนี้ ทุกซัมเมอร์ผมจะซ้อมมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พยายามแก้ไข หาทางทำให้ชู้ตได้ง่ายขึ้นและดีขึ้นทุก ๆ ปี

4.Terry Stotts อดีตผู้ช่วยโค้ชของดัลลัสในปี 2008-2012 คือคนที่เข้ามาช่วยชี้ทาง (โค้ชคนปัจจุบันของพอร์ทแลนด์)

ทุกแบบฝึกหัดที่เขาเคยใช้กับเดิร์กมันช่วยผมได้มาก ๆ เทอร์รี่เปิดโอกาสให้ผมได้ชู้ตมิด-เรนจ์ เขารู้วิธีวางตัวผู้เล่นให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะที่ควร ฉะนั้นเขาเลยรู้ว่าถ้าให้ผมเลี้ยงบอลเข้ามาสกรีนแล้วส่งบอล (dribble handoff) ผมจะมีพื้นที่ เราใช้วิธีการเลี้ยงบอลเข้ามาสกรีนแล้วส่งบอล กับตัวเซ็นเตอร์ของทีม ซึ่งเขาจะโรลออก จากนั้นผมจะตามไปอยู่ฝั่งเดียวกับเขา เผื่อเพื่อนร่วมทีมต้องการให้ผมช่วย

ผมใช้การเลี้ยงบอลเข้ามาสกรีนแล้วส่งบอลกับเพื่อนหลายคนในทีม เพราะผมรู้สึกว่า 1.ถ้าตัวการ์ดยังหนีการตามประกบไม่ได้ ผมยังสามารถช่วยเขาได้ เพราะผมอยู่ในตำแหน่งมิด-เรนจ์พอดี สามารถเล่นลูกถนัดได้ 2.ถ้าผมชู้ตมิด-เรนจ์ได้ซัก 3-4 ลูก การ์ดของผมก็เบางานขึ้น เพราะเขาสามารถจะเข้าไปจบสกอร์ที่ห่วงก็ได้หรือจะเลือกส่งมาให้ผมชู้ตมิด-เรนจ์ก็ได้ (ทำให้ตัวประกบลังเลว่าจะประกบการ์ดหรืออัลดริดจ์เพราะคนนึงการเข้าไปจบที่ห่วงได้อีกคนก็รอชู้ตมิด-เรนจ์อยู่) ฉะนั้นการมีวิธีที่หลากหลายในการหาทางชู้ตมิด-เรนจ์ มันยิ่งช่วยทำให้ทีมเราโอเคขึ้น

5.บิ๊กแมนสามารถเรียนรู้ได้มากจากการดูเดิร์ก โนวิซกี้และทิม ดันแคน

ผมรอคอยที่จะได้เล่นกับเดิร์กและทิมมากที่สุด เพราะแน่นอนว่าเขาทั้งสองคือนักบาสระดับ ฮอลล์ ออฟ เฟม เขาทั้งสองคนฉลาด เล่นน้อยแต่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เวลาผมได้เล่นกับเขาทั้งสองคน ผมจะคอยสังเกตเสมอว่าฝีมือของผมมาได้ไกลแค่ไหนแล้ว และผมต้องพัฒนาอะไรในตอนนี้

เดิร์กเป็นคนที่ใช้ไหล่ดันฝั่งตรงข้ามเพื่อสร้างพื้นที่ให้ตัวเองได้เก่ง ถ้าคุณไม่รู้จักดันตัวประกบ ผมเชื่อว่านักบาสที่แกร่ง ๆ โดดสูง ๆ มีโอกาสจะบล็อคลูกคุณได้

แต่หากคุณดันเขาสักนิด ใช้ไหล่ดันอกเขา ให้เขาเสียการทรงตัว จากนั้นก็ชู้ตในจังหวะที่เขาจะไม่สามารถป้องกันคุณได้ มันจะทำให้คุณชู้ตได้ง่ายขึ้น แต่คุณก็ต้องระมัดระวังหน่อย เพราะคนที่ตัวใหญ่กว่า ยังไงเขาก็ยังมีโอกาสบล็อคคุณได้อยู่ดี ส่วนคนที่ตัวเล็กกว่าเขาอาจจะทำเป็นแกล้งล้มได้

ส่วนทิมนั่น ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะเล่นให้ช้าลงแต่ยังมีประสิทธิภาพ ตอนผมเข้าลีกมาช่วงแรก ผมเล่นแบบใช้พลังเยอะ ทำให้ร่างกายถูกใช้งานหนักเกินไป พอผมได้มาดูทิมในวีดีโอและได้เล่นกับเขา เลยได้รู้ว่าเขาเล่นแบบมีระเบียบแบบแผนมาก มันเหมือนเกมจะช้าลงก็เพราะเขา เขาสามารถหนีดับเบิ้ล-ทีมได้ แค่พยายามเขาหาระยะถนัด โดยไม่ต้องลนลาน เขาแสดงให้ผมเห็นว่า มันไม่จำเป็นต้องเล่นเยอะ มันแค่ต้องเล่นให้ฉลาดรู้จักอดทนและหัดรอจังหวะหน่อย

hi-res-112793858_crop_north

อัลดริดจ์และโนวิซกี้ในเกมปี 2012

6.ถึงแม้จะเล่นในตำแหน่งพาวเวอร์ ฟอร์เวิร์ดแต่คุณก็สามารถใช้ท่าทางเดียวกับโคบี้ ไบรอันท์ได้

ผมเห็นเขาชอบใช้ไหลโยกหลอกเวลาโพสบ่อย ๆ ถึงผมจะไม่เคยเก็บเอาท่าของเขามาฝึก แต่มันกลับมาอยู่ในจิตใต้สำนึกของผมซะงั้น ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมเล่นท่าเดียวกับเขา จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อนตอนที่ผมเล่นท่านี้คราวแข่งกับเลเกอร์ส

เขาเดินมาบอกผมเอง แล้วเขาก็วิ่งกลับฝั่งตัวเอง จากนั้นเขาก็เล่นท่านี้อีก ซึ่งผมฮามาจนถึงวันนี้ เขาแซวผมว่า “เฮ่ยนั่นมันท่าฉัน นายขโมยท่าฉันรู้เปล่า (ฮา)” นั่นคือช่วงเวลาที่ทำให้คุณตกหลุมรักนักบาสแบบเขา เขาคือตำนาน เขาคือฮอลล์ ออฟ เฟม

7.การปล่อยบอลได้เร็ว เป็นได้ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดีในบางครั้ง

เวลาผมคิดเรื่องนี้ ผมก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันนะ เพราะผมสามารถชู้ตได้โดยไม่ต้องมองห่วงในบางครั้ง ผมคิดว่ามันเกี่ยวกับความจำกล้ามเนื้อ และรู้ว่าตัวเราอยู่ตรงตำแหน่งไหนในสนาม

เวลาผมทางสะดวกและรู้ว่าอยู่ในระยะถนัด ผมจะชู้ตเลย ซึ่งผมมักจะทำแบบนี้เสมอ จนเพื่อนต้องบอกให้ผมมองห่วงบ้างนะ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมควรจะต้องอ่านเกมรับคู่ต่อสู้เสียก่อน

8.อาการบาดเจ็บที่มือไม่ได้มีผลอะไรกับการชู้ต

การชู้ตของผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะผมเอาเทปพันไว้ที่นิ้วโป้ง ซึ่งมันเป็นจุดที่ไม่ต้องขยับอะไรอยู่แล้ว และเอาจริง ๆ มันก็ช่วยให้ผมชู้ตได้ปกติ เพราะนิ้วโป้งของผมมันจะได้ไม่ไปขัดการหมุนของบอล แต่มันจะไปลำบากเรื่องการรีบาวน์ เพราะปกติผมเป็นคนรีบาวน์ได้ดีทั้งสองมือ แต่ตอนนี้ผมใช้มือซ้ายรีบาวน์ไม่ได้ ผมใช้คว้าบอลไม่ได้ เพราะนิ้วโป้งผมมันล็อคอยู่ เลยใช้จับยึดบอลไม่ได้

9.การเป็นตัวผ่านบอลบริเวณมิดเรนจ์นั่นยากกว่าการยืนเป็นตัวโลว์-โพส แต่มันเป็นจุดที่ทำให้คุณผ่านบอลไปให้ตัวชู้ตสามคะแนนได้ง่าย หรือไม่ก็ส่งบอลเข้าวงในให้ตัวคัตได้

จริง ๆ ผมเป็นตัวส่งบอลเข้าโพสได้ดีกว่าเป็นตัวเล่นพิค แอนด์ โรล ผมศึกษาโดยการดูวีดีโอมาหลายปี ตำแหน่งมิด-เรนจ์มันทำให้เราเล่นได้แบบพ้อยการ์ด ผมสามารถเซตเพลย์ให้เพื่อนร่วมทีมได้ และก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ มันทำให้ผมได้หัดวางแผน

หากมีใครจะเข้ามาสกัดผม มันทำให้ผมเรียนรู้ที่จะส่งบอลไปให้ตัวชู้ตที่ยืนอยู่ตรงคอร์เนอร์ ทำให้ผมหัดคิดว่าควรจะไดรฟ์เข้าไปมั้ย หรือถ้ามีบิ๊กแมนเข้ามาสลับตำแหน่งกับผม ผมจะทำอย่างไร มันค่อนข้างยากตอนเริ่มต้น แต่ผมก็เริ่มทำได้ดีขึ้นในการเล่นสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม

10.การสำรวจตัวเองท้ายเกมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ผมจะวิเคราะห์เกมของผมเรื่องการเล่นเกมรับเป็นอย่างแรก ตามด้วยเรื่องการเล่นพิค แอนด์ โรล ดูว่าผมป้องกันคนที่ควรจะต้องป้องกันอย่างไร จากนั้นมาดูว่าผมชู้ตถึง 50 เปอร์เซ็นมั้ย จากนั้นดูเรื่องการรีบาวน์ ถ้าผมป้องกันคู่ต่อสู้ได้ดี พิค แอนด์ โรลดี รีบาวน์ได้เรทที่สูง ชู้ตได้ราว 50 เปอร์เซ็น นั่นแสดงว่าเราไม่ควรจะแพ้เกม

11.จากลูกมิด-เรนจ์พัฒนาไปสู่ลูกสามคะแนน

ผมคิดว่าสิ่งที่ตามจากการชู้ตมิด-เรนจ์คือผมชู้ตสเต็ป แบ็คได้ดีขึ้นทุก ๆ ปี และตอนนี้การชู้ตสามแต้มก็เป็นอีกเรื่องที่ผมทำได้ดีขึ้นด้วย และโค้ชก็ไม่มีปัญหาถ้าผมจะชู้ตมัน ปีที่แล้วผมชู้ตมันมากขึ้น ซึ่งผมก็โอเค เพราะถ้ามันไม่ใช่ผมก็ไม่ทำ

ซัมเมอร์ที่แล้วถือเป็นซัมเมอร์แรกที่ผมเริ่มซ้อมชู้ตสามแต้ม และปีนี้เป็นปีที่ผมรู้สึกว่าผมชู้ตมันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผมชู้ตมันมากกว่า 8 ซีซั่นก่อนของผม

แต่ผมก็ยังสู้เพื่อนร่วมทีมอย่างแดเมี่ยน ลิลลาร์ดหรือเวสลี่ย์ แมทธิวส์ไม่ได้ พวกเขาไปอีกระดับนึงแล้ว ผมแค่เพิ่งเริ่มต้น ให้เวลาผมอีกซัก 2-3 ปีผมน่าจะทันพวกเขานะ

12.เรื่องต่อไป พัฒนา โลว์-โพส

ผมว่าการใช้งานมือขวาของผมค่อนข้างดี ไม่ว่าจะใช้ในการทำหน้าที่เมคเพลย์หรือ up-and-unders (การหมุนตัวใช้จังหวะหลอกเพื่อเข้าไปเลย์อัพ) แต่ผมคิดว่าถ้าการใช้มือซ้ายจั้ม-ฮุ๊คหรือไดรฟ์เข้าไปของผมมันคงเส้นคงวากว่านี้ จะทำให้ความสามารถของผมมันไปได้อีกระดับหนึ่ง นอกจากนั้นผมคิดว่าผมคงไม่ต้องฝึกอะไรมากอีก เพราะผมรู้สึกว่าพัฒนาตรงจุดนี้ให้ได้ก็โอเคแล้ว

แค่ทำให้มือซ้ายผมมันเล่นได้คงเส้นคงวา ผมก็สามารถทำให้ฝั่งตรงข้ามป้องกันผมได้ยากแล้ว แต่ก็ยังยากอยู่เพราะตอนนี้มือผมมันเจ็บอยู่ครับ

ไฮไลท์การเล่นและการชู้ตมิด-เรนจ์ของอัลดริดจ์ในฤดูกาล 2014-15

 

29 มิถุนายน 2558

ไฮเซนเบิร์ก @Heisenbergball

 

ที่มา

All-Star LaMarcus Aldridge Reveals the Skills That Make …

 

 

 

 

Advertisements