05031503

หากย้อนไปในปี ค.ศ. 1889  การเผยแพร่กีฬาฟุตบอลเริ่มต้นโดยคนอังกฤษที่เป็นพ่อค้า ทหารประชาชน ที่นำกีฬาชนิดนี้เข้าไปเล่นในประเทศอาณานิคมต่างๆ ทั้งในยุโรป อเมริกาใต้ และแอฟริกา ทำให้ฟุตบอลโลกในยุคแรกอาจจะเรียกฟุตบอลโลกได้ไม่เต็มที่นัก เนื่องจากทีมส่วนใหญ่ที่เข้าแข่งขันมาจากทวีปยุโรปและอเมริกาใต้เท่านั้น
ในปัจจุบันกีฬาฟุตบอลเผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีการสื่อสารและกระแสโลกาภิวัตน์ ประเทศต่างๆที่ไม่มีประวัติศาสตร์หรือพื้นฐานของกีฬาฟุตบอลอย่างทวีปเอเชียหรือออสเตรเลีย ก็สามารถที่จะศึกษาเทคนิคการเล่นฟุตบอลผ่านสื่อต่างๆที่มีอยู่มากมายทั้งโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต นิตยสาร ฯลฯ แต่การเรียนรู้ผ่านสื่อนั้นยังคงไม่เพียงพอกับกีฬาฟุตบอลที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งต้องอาศัยบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์มาถ่ายทอดวิชา ดังนั้นในปัจจุบัน บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมฟุตบอลไปทั่วโลกก็คือ ผู้จัดการทีม

ในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ ชื่อประเทศแทบจะมีความหมายแค่เพียงชื่อทีมเท่านั้น ด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักเตะในปัจจุบัน ที่สามารถอพยพหรือโอนสัญชาติมาได้อย่างง่ายดาย เช่น ดีเอโก้ คอสต้า (Diego Costa) ที่เกิดในบราซิลแต่ย้ายมาเล่นให้ทีมชาติสเปน หรืออย่างพี่น้องตระกูลบัวเต็ง (Boateng) พี่น้องร่วมสายเลือดที่เลือกเล่นคนละทีม คนพี่ เควิน พริ้นซ์ บัวเต็ง (Kevin Prince Boateng)  เลือกเล่นให้ทีมชาติกานา ส่วนคนน้อง เยอโรม บัวเต็ง (Jerome Boateng) เลือกเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน นอกจากนักเตะแล้ว ทีมฟุตบอลระดับชาติต่างๆ ยังนิยมใช้ผู้จัดการทีมจากสัญชาติอื่นอย่างหลากหลาย ทั้ง เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ (Jürgen Klinsmann) ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันที่ไปคุมทีมชาติสหรัฐอเมริกา หรือวินฟรีด เชเฟอร์ (Winfried Schäfer) โค้ชชาวเยอรมัน ที่คุมมาแล้วทั้งทีมชาติแคเมอรูนและทีมชาติไทย

การเลือกใช้ผู้จัดการทีมต่างชาติเปรียบได้กับการเผยแพร่วัฒนธรรมฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การเล่น วิธีการฝึกซ้อมและประสบการณ์ไปยังนักฟุตบอลของชาติต่างๆ  ผู้จัดการทีมชาวยุโรปได้รับความนิยมอย่างมากในฟุตบอลสมัยใหม่ ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับการยอมรับในวงการ หนังสือ Soccernomics ที่เขียนโดย  ไซม่อน คูเปอร์ (Simon Kuper) และ สเตฟาน ชิแมนสกี้ (Stefan Szymanski)  ได้กล่าวถึงการทำงานของผู้จัดการทีมชาวยุโรป 3 คน ซึ่งเปรียบเสมือนทูตทางวัฒนธรรมที่นำเอาสไตล์การเล่นของฟุตบอลยุโรปไปเผยแพร่ให้กับประเทศต่างๆทั่วโลก

1. กุส ฮิดดิ้งค์ (Guus Hiddink)

Guus-Hiddink-007

 แหล่งที่มา http://www.theguardian.com/football/2011/jun/06/turkey-guus-hiddink-chelsea

 หลังจากพาทีมชาติบ้านเกิดฮอลแลนด์  เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในยูโร 1996 และคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 1998 ฮิดดิ้งค์ก็บินลัดฟ้าไปคุมทีมชาติเกาหลีใต้ ประเทศที่ไม่มีพื้นฐานทางด้านฟุตบอลในระดับโลก แต่ความรู้และประสบการณ์ของเขาก็ส่งผลให้เกาหลีใต้คว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของทีมชาติเกาหลีใต้ในระดับโลก (แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใสของผู้ตัดสินในทัวร์นาเมนต์ครั้งนั้นก็ตาม) จนทำให้ชื่อของฮิดดิ้งค์โด่งดังไปทั่วเกาะเกาหลีเทียบเท่ากับนักร้องเคป๊อป(หนังสือชีวประวัติของเขาขายดีมากในเกาหลีใต้)

จากนั้นในปี 2005-2006 ฮิดดิ้งค์หันไปหาความท้าทายครั้งใหม่ ด้วยการเลือกคุมทีมชาติออสเตรเลีย ประเทศที่ไม่ได้สนใจกีฬาฟุตบอลเลยแม้แต่น้อย (บ้าคริกเก็ตและรักบี้) และด้วยความสามารถในการคุมทีมของเขาก็ได้พาทีมชาติออสเตรเลียเข้าสู่รอบสองในฟุตบอลโลก 2006

จากเกาหลีใต้และออสเตรเลีย กุส ฮิดดิ้งค์เลือกความท้าทาย (บวกแรงจูงใจเรื่องเงินก้อนโต) ในอาชีพอีกครั้งด้วยการคุมทีมชาติรัสเซีย ประเทศที่เสื่อมอำนาจในวงการฟุตบอลนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต และก็เหมือนเช่นเคย ความสามารถของเขาทำให้รัสเซียทะลุถึงรอบรองในฟุตบอลยูโร 2008

2. จุ๊บป์ เดอร์วอล (Jupp Derwall)

13153

แหล่งที่มา http://www.worldfootball.net/player_summary/jupp-derwall/

โค้ชชาวเยอรมัน ผู้นำเข้าความรู้เรื่องฟุตบอลยุโรปไปสู่วงการฟุตบอลตุรกี เดอร์วอลเข้าไปคุมสโมสรกาลาตาซาราย (Galatasaray) ในปี 1984–1987 ด้วยการนำวิธีการฝึกรูปแบบใหม่ที่เน้นการเล่นเป็นทีมมากกว่าเน้นการเล่นโชว์เดี่ยวแบบที่นักเตะตุรกีมักจะทำกัน การเข้าไปคุมทีมของเขา ทำให้วงการฟุตบอลตุรกีเปิดรับความรู้เรื่องฟุตบอลจากต่างประเทศมากขึ้น

3. อ็อตโต้ เรห์ฮาเก้ล (Otto Rehhagel)

rehhagel_dpaแหล่งที่มา http://news.gtp.gr/2013/03/29/kefalogianni-rehhagel-discuss-promoting-sports-tourism-in-greece/

อดีตกองหลังทีมชาติเยอรมันและโค้ชฝีมือดีที่พาทีมแวร์เดอร์ เบรเมน คว้าแชมป์บุนเดสลีกาสองสมัย (1988, 1993) อ็อตโต้ เรห์ฮาเก้ลนับเป็นอีกหนึ่งบุคลากรชั้นดีจากเยอรมันที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประเทศอื่น เรห์ฮาเก้ลเลือกคุมทีมชาติกรีซ ทีมม้านอกสายตาในวงการฟุตบอลยุโรป และสามารถพาทีมเล็กๆทีมนี้คว้าแชมป์ยูโร 2004 แบบพลิกความคาดหมายของแฟนฟุตบอลทั่วโลก

ความนิยมในกีฬาฟุตบอลที่เพิ่มขึ้นผนวกเข้ากับกระแสโลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรม ทำให้ความรู้เรื่องฟุตบอลที่มักจะผูกติดอยู่กับประเทศไม่กี่ประเทศ ถูกถ่ายทอดและส่งต่อความรู้ไปยังประเทศต่างๆมากขึ้นผ่านสื่อกลางสำคัญอย่างผู้จัดการทีม บุคคลที่ถ่ายทอดวัฒนธรรรม องค์ความรู้ ประสบการณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและสร้างความหลากหลายให้กับวงการ ทำให้กีฬาฟุตบอลกลายมาเป็นภาษาสากลที่เชื่อมต่อคนทั้งโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกันมาจนถึงปัจจุบัน

บทความโดย โกษม โกยทอง
https://www.facebook.com/rhythmball

ข้อมูลอ้างอิง

หนังสือ Soccernomics เขียนโดย  ไซม่อน คูเปอร์ (Simon Kuper) และ สเตฟาน ชิแมนสกี้ (Stefan Szymanski)

แหล่งที่มาภาพ http://www.koreatimes.co.kr/www/news/issues/2015/04/363_110145.html

Advertisements