05
ความสัมพันธ์ระหว่างฟุตบอลกับการเมือง ดูจะเป็นสองสิ่งที่คนทั่วไปนึกไม่ถึงว่ามาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร เพราะถ้าหากมองแบบผิวเผินแล้ว ฟุตบอลก็เป็นแค่เกมกีฬาที่สนุกเร้าใจ สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมด้วยการแข่งขันระหว่าง 2 ทีม ผลการแข่งขันจบแล้วก็จบกันไป ไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตของผู้คนเหมือนการเมืองเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้นำประเทศคนหนึ่งที่ใช้กีฬาฟุตบอลเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปกครองประชาชน เขาชื่อว่า เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini)

เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini)

images

มุสโสลินี คือผู้นำประเทศอิตาลีในช่วงปีค.ศ.  1922 ถึง ค.ศ. 1943 เขาปกครองประเทศด้วยแนวคิดแบบฟาสซิสต์ (Facism) ซึ่งเป็นรูปแบบการปกครองที่มีแนวคิดสำคัญว่า ผู้นำมีอำนาจสูงสุดในการควบคุมประเทศ ประชาชนทุกคนต้องเชื่อฟังผู้นำเพียงเท่านั้น ห้ามเสนอความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น ใครที่ไม่เห็นด้วยก็จะต้องโดนฆ่าให้ตายหรือทำร้ายให้บาดเจ็บ นอกจากนั้น การปกครองฟาสซิสต์ยังมีแนวคิดที่สำคัญก็คือ ชาตินิยมแบบสุดขั้ว ยึดมั่นภักดีในชาติของตนเอง ชาติใดที่ไม่ใช่พวกของตนถือเป็นศัตรูทั้งสิ้น

ในช่วงปีค.ศ. 1918 มีทหารอิตาลีเสียชีวิตกว่า 6 แสนคนจากโรคไข้หวัดสเปน ทำให้ขาดแคลนพลเมืองที่จะคอยป้องกันประเทศจากสงคราม เมื่อมุสโสลินีขึ้นปกครองประเทศ เขาจึงอยากให้พลเมืองของเขา หันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศ

มุสโสลีนีจึงออกนโยบายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเล่นกีฬาฟุตบอล กีฬาที่ได้รับความนิยมจากชนชั้นแรงงานในอิตาลีมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษ 1900 ซึ่งเป็นผลมาจากการถ่ายทอดของนักบวชในโบสถ์คาทอลิก และที่สำคัญก็คือ กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่เหมาะสมในการใช้ถ่ายทอดอุดมการณ์บางอย่างให้กับประชาชน

ความรักชาติและการมีวินัย ถือเป็นอุดมการณ์ที่มุสโสลินีต้องการให้ประชาชนในอิตาลีประพฤติปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด มุสโสลินีจึงเลือกใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อกลางในการปลูกฝังนิสัยที่ง่ายต่อการปกครองให้แก่ประชาชน อาทิ การมีระเบียบวินัยจากการฝึกซ้อม ความสามัคคีของผู้เล่นในทีม การเชื่อฟังคำสั่งของผู้นำ (โค้ช, ผู้จัดการทีม)  อีกทั้งการแข่งฟุตบอลในระดับชาติได้สร้างความรู้สึกร่วมให้ประชาชนมีความรู้สึกรักชาติและพวกพ้อง ในยามที่ทีมชาติของตนลงฟาดแข้งกับชาติอื่นในสนาม

ดังนั้น มุสโสลีนีจึงจัดตั้งองค์กร The Opera Nazionale Dopolavoro หรือ (OND) เพื่อทำหน้าที่จัดการเรื่องสุขภาพและถ่ายทอดวัฒนธรรม (หรือคำสั่ง) ให้กับประชาชนชาวอิตาลี โดยมีการแบ่งหน่วยงานย่อยเป็น 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยงาน Opera Nazionale Balilla หรือ (ONB) ดูแลเยาวชนอายุ 6 ถึง 18 ปี และหน่วยงาน Comitato Olimpico Nazionale Italiano หรือ (CONI) ดูแลเรื่องการกีฬาของประเทศ

โลโก้องค์กร The Opera Nazionale Dopolavoro หรือ (OND)

images (1)

แหล่งที่มา http://www.delcampe.net/page/item/id,151304663,var,Tessera-Fascismo-Opera-Nazionale-Dopolavoro-Anno-X-1932,language,I.html

หน่วยงาน ONB ทำหน้าที่ปลูกฝังค่านิยมของการปกครอบแบบฟาสซิสต์ อาทิ ความรักชาติ รักผู้นำ ความมีระเบียบวินัย ให้กับเยาวชนผ่านกิจกรรมฝึกซ้อมกีฬาซึ่งเปรียบได้กับการฝึกซ้อมทหารอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ใช้การฝึกกีฬาเข้ามาแทนที่ ในส่วนของหน่วยงาน CONI ทำหน้าที่บริหารจัดการการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ โดยใช้วิธีปลูกฝังให้นักกีฬาทุ่มเทแข่งขันเพื่อชาติเสมือนทหารในสนามรบ

สิ่งสำคัญที่มีส่วนให้การถ่ายทอดแนวคิดอุดมการณ์ฟาสซิสต์เป็นไปได้อย่างรวดเร็วก็คือ การพัฒนาของเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อวิทยุ มุสโสลินีได้ก่อตั้งสถานีวิทยุระดับชาติหรือ EIAR  ไว้ทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารในเชิงบวกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับรัฐบาล รวมถึงใช้ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทั้งในและต่างประเทศ ในปีค.ศ. 1935 มีชาวอิตาลีจำนวนกว่า 5 แสนคนที่มีวิทยุไว้ในครอบครอง ยังไม่นับรวมถึงคนฟังวิทยุตามที่สาธารณะต่างๆ ทั้ง ร้านอาหาร บาร์ ฯลฯ สื่อกลางอย่างวิทยุจึงมีส่วนสำคัญที่มุสโสลีนีใช้ส่งข้อมูลข่าวสารเพื่อโน้มน้าวใจประชาชนให้เชื่อฟัง

การก่อสร้างสนามฟุตบอลก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มุสโสลีนีใช้แสดงอำนาจบารมีให้ประชาชนได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นสนาม Mussolini (ภายหลังเปลี่ยนชื่อว่า Stadio Olimpico) ที่เมืองตูริน สนาม Littoriale ที่เมืองโบโลญญ่า สนาม della Vittoria ที่เมืองบารี่ สนาม Edda Ciano Mussolini ที่เมืองลิวอร์โน่ ฯลฯ โดยจุดประสงค์ของการสร้างสนามที่นอกจากจะแสดงถึงความสำเร็จและพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของการปกครองแบบฟาสซิสต์แล้ว ในอีกมุมนึงยังแสดงถึงการเติบโตของวงการฟุตบอลอิตาลีในยุคสมัยของมุสโสลินีได้เป็นอย่างดี

สนาม Stadio Olimpico

2057155_full-lnd

 แหล่งที่มา http://www.fifa.com/classicfootball/stadiums/stadium=37062/

การใช้กีฬาฟุตบอลเป็นเครื่องมือทางการเมืองของมุสโสลินีได้สร้างอิทธิพลให้ผู้นำเผด็จการในยุโรป อาทิ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือเผยแพร่ลัทธินาซีในเยอรมัน และโจเซฟ สตาลิน  (Joseph Stalin) ใช้กีฬาเพื่อแสดงอำนาจการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ในยุคสหภาพโซเวียต เนื่องจากในช่วงสงครามโลก กีฬาฟุตบอลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างจิตสำนึกความรักชาติให้กับประชาชนโดยมีทีมฟุตบอลเป็นศูนย์รวมจิตใจ สำหรับมุมมองของชนชั้นนำนั้น กีฬาฟุตบอลยังเป็นโอกาสในการฝึกสอนประชาชนให้มีระเบียบวินัย สั่งสอนให้เชื่อฟังอย่างว่าง่าย รวมถึงใช้แสดงอำนาจบารมีของผู้นำประเทศในการแข่งขันฟุตบอลระดับชาติอีกด้วย

บทความโดย โกษม โกยทอง

ข้อมูลอ้างอิง

วิทยานิพนธ์ The Gooooaaaaaals of Government: Football as a Political Tool of Fascism and Nazism โดย Alexander Colin Wynn

Mussolini’s Football

หล่งที่มาภาพ:  http://lasindias.com/el-sueno-de-la-gran-comunidad

Advertisements