Klay-Thompson-Warriors-Iguodalaเคลย์ ทอมป์สัน ขณะซ้อมชู้ตก่อนเกม

ช่วงนี้หากจะถามหาถึง Shooter หรือมือชู้ตติ่งการ์ดที่ร้อนแรงที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้น เคลย์ ทอมป์สัน หนุ่มน้อยวัย 24 ที่ปัจจุบันฟอร์มการเล่นและความแม่นยำนั้นดีวันดีคืน ดูได้จากสกอร์เฉลี่ย 21 แต้มต่อเกม ก้าวกระโดดมาจากรุคกี้ซีซั่นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่เจ้าตัวทำได้แค่ 12.5 แต้ม เปอร์เซ็นสามแต้ม ณ ตอนนี้ต้องบอกว่าแซงหน้ารุ่นพี่อย่างสเต็ป เคอร์รี่ไปแล้ว อยู่ที่ 46% ในขณะที่เคอร์รี่นั้นอยู่ที่ 41% ไหนจะสัญญาก้อนโตที่เพิ่งได้จากวอร์ริเออร์ กินเงินเฉลี่ยต่อปีมากกว่าใครในทีม (ราวๆ 16 ล้านเหรียญต่อปี) แถมท้ายด้วยการเปิดตัวแฟนสาวสุดเซ็กซี่คนล่าสุด Hannah Stocking เน็ตส์ไอดอลชื่อกระฉ่อน ที่ทำเอาหนุ่มๆอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถบ

แต่ถึงแม้ว่าทอมป์สันจะร้อนแรงแค่ไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ เขายังคงหนีไม่พ้นเงาของสตีเฟ่น เคอร์รี่ เพราะเคอร์รี่คือผู้มาก่อน เคอร์รี่มีมูฟเม้นท์ที่ฉายเอกลักษณ์กว่า และนอกจากเคอร์รี่จะเป็นมือชู้ตที่เก่งกาจแล้ว เขาก็ยังเป็นตัวจ่ายบอลที่แพรวพราวอีกด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงเลือกที่จะพูดถึงเคลย์ ทอมป์สัน และตั้งชื่อบทความแบบนี้ เพราะคนดีๆ มีฝีมือหลายคน ยังถูกนำมากล่าวถึงน้อยเกินไป อาจจะเพราะด้วยเหตุผลนี้ เหตุผลที่ว่าเขาหนีไม่พ้นความยิ่งใหญ่ของอีกคนหนึ่ง ทั้งที่เขาคนนั้นคือชิ้นส่วนสำคัญให้ทีมประสบความสำเร็จ จอร์แดนกับพิพเพ่น ถามว่าใครถูกพูดถึงมากกว่ากัน..? โคบี้กับดีเร็ค ฟิชเชอร์..? แน่นอน ไม่มีใครรู้เรื่องฟิชเชอร์แหงๆ และโดยส่วนตัวแล้วคนแบบนี้แหละที่น่าสนใจสำหรับผม เหมือนที่ผมชอบแบทแมนมากกว่าซูเปอร์แมน หรือชอบจอน สโนว์มากกว่าร็อบ สตาร์ค (ตัวละครในซีรี่ส์ Game of Thrones)

ฉะนั้นบทความนี้ผมเลยอยากจะนำเรื่องราวบางอย่างของนักบาสที่มีฝีมือ แต่อยู่ในสถานะลูกเมียน้อยมากล่าวถึงกันบ้าง โดยบทความนี้แปลมาจากบทความ Team USA’s Klay Thompson Breaks Down the Skills That Make Him a Shooting Star ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์ถึงกลเม็ดเคล็ดลับการเสริมสร้างทักษะของทอมป์สันสู่การเป็นมือชู้ตที่ดีในแบบที่เขาเป็นอยู่ในปัจจุบัน ในช่วงที่ทอมป์สันกำลังเข้าแคมป์ฝึกซ้อมอยู่กับทีมชาติสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคม โดยคอลัมนิสต์จากบลีชเชอร์ รีพอร์ท ซึ่งเนื้อหาอาจไม่ได้เจาะจงไปในระดับพื้นฐานหรือเรื่องในเชิงกลศาสตร์ว่าต้องจัดท่าอย่างไร วางมืออย่างไร แต่เป็นเรื่องของวิธีคิดและกิจกรรมต่างๆที่คอยเสริมสร้างให้ทอมป์สันกลายเป็นมือชู้ตที่ดี อาจจะมีศัพท์เฉพาะบ้างที่ผมพยายามแปลเป็นไทย ใครไม่แน่ใจอย่างไรก็ copy ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ผมแทรกไว้ ไปดูในยูทูปได้ ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้เหมือนเดิมครับ

1.เริ่มจากกิจวัตรในการซ้อมก่อนเกม

อย่างแรก คือผมจะต้องชู้ต 5 ครั้งจาก 5 จุดบริเวณมิดเรนจ์ จากนั้นจะเป็นการซ้อมชู้ตสามแต้มใน 3 ลักษณะ หนึ่งคือวิ่งฟาสท์เบรกชู้ต (three transition) สองคือชู้ต 5 จุดรอบเส้นสามแต้มอย่างละลูก สามคือวิ่งรับบอลชู้ต (pin-downs) บริเวณปีกซ้ายขวา จากนั้นก็มาชู้ตสามแต้มบริเวณคอร์เนอร์ทั้งสองฝั่ง โดยผมจะเริ่มจากการอยู่บริเวณท็อปและวิ่งไปที่คอร์เนอร์ โดยจะชู้ตทั้งหมด 6 ครั้ง

ผมสร้างกิจวัตรเหล่านี้และได้รับความรู้บางอย่างมาจากสตาฟโค้ชของวอร์ริเออร์ เมื่อก่อนผมชู้ตเยอะมากในช่วงก่อนเกมเริ่ม จนทำให้การชู้ตผมมันแย่ลงเมื่อซีซั่นที่แล้ว ประมาณช่วงเดือนมกราคม Lindsey Hunter อดีตผู้ช่วยโค้ช จึงบอกให้ผมลดการซ้อมชู้ตก่อนเกมลงบ้าง โดยเขาบอกว่า “อย่าทิ้งเกมของคุณในสนามไปเลย” ผมเลยลดโปรแกรมลงไปครึ่งหนึ่ง ปรากฏว่าเปอร์เซ็นการชู้ตของผมมันดีขึ้นในเดือนถัดมา เมื่อก่อนผมจะซ้อมอยู่ประมาณ 30-40 นาที แต่เดี๋ยวนี้จะอยู่ที่ประมาณ 15-20 นาที

ผมจะไม่ปรับโปรแกรมซ้อมของผมเพื่อสู้กับฝั่งตรงข้าม แต่ผมพยายามจะทำให้พวกเขาต่างหากที่ต้องปรับเมื่อเจอกับผม แต่ทว่าบางทีมก็มีลักษณะการตั้งรับที่ต่างออกไป อย่างเช่นบูลส์และกริซลี่ย์ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คุณจะเข้าไปเล่นในเพ้นท์ของพวกเขาได้ หรือวิ่งอ้อมสกรีนเพื่อวกกลับเข้ามาชู้ตในเพ้นท์ (off the curl) ของพวกเขาได้ ซึ่งทำให้คุณต้องทำการบ้าน มาพอสมควรเลยทีเดียว

ผมเปิดรับไอเดียใหม่ๆอยู่เสมอ ประสบการณ์จากทีมชาติทำให้ผมมีโอกาสได้เห็นสิ่งที่คนอื่นทำในช่วงก่อนเกม ผมเห็น Derrick Rose หลับตาและควบคุมการหายใจ แน่นอนเขากำลังจินตนาการถึงเกม ซึ่งมันเจ๋งมากที่ได้เห็นวิธีที่เขาใช้ในการเข้าถึงเกมของเขา และมันวิเศษมากๆที่ได้อยู่ในสนามกับเขา เพราะอย่าลืมว่าครั้งหนึ่งเขาคือ MVP

2.กุญแจแห่งการเคลื่อนที่รับบอลและการใช้สกรีนเพื่อเปลี่ยนความเร็ว

ผมเรียนรู้จากการดูคนอย่าง Steph Curry, Reggie Miller, และ Kyle Korver พวกเขาเก่งมากในการหลอกล่อให้ดูเหมือนว่าไม่ได้จะชู้ต จากนั้นเขาก็จะวิ่งมารับบอลชู้ต เวลาคุณทำแบบนี้ คุณจะหนีตัวประกบได้ หรือไม่เขาก็จะตามคุณได้ยากขึ้น ทำให้คุณสามารถจะพั้มป์เฟคก็ได้เวลาที่เขาเข้ามาใกล้คุณ

ซึ่งมันทำให้ผมเรียนรู้ที่จะรู้จักหยุดและหลอกล่อพาตัวประกบเข้ามาติดสกรีน จากนั้นก็วิ่งวนออกให้ไว ซึ่งมันเกี่ยวกับการเปลี่ยนความเร็ว ฉะนั้นคุณต้องเตรียมมือคุณให้พร้อม พร้อมที่จะชู้ต ผมพยายามจะเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านี้มาจากไคล์ คนที่ผมเล่นด้วยตอนอยู่ในทีมชาติ เขาเป็นคนที่เคลื่อนที่ได้ดีมาก

klay_thompson_kyle_korverเคลย์ ทอมป์สันกับไคล์ คอร์เวอร์ขณะแข่งชู้ตสามแต้มกันในแคมป์ทีมชาติสหรัฐฯ โดยผล คอร์เวอร์เป็นฝ่ายชนะทอมป์สันไปได้ 4 จาก 7 จุด

3.ใช้ความรู้สึกกับการเล่นสกรีน เพื่อเล่นกับตัวประกบและพ้อยการ์ดของคุณ

ผมไม่ได้คิดไว้ก่อนว่าจะวิ่งอ้อมสกรีนรับบอลชู้ต (curl off) หรือวิ่งฉากออกจากสกรีนแล้วชู้ต (flare off) ผมแค่ใช้ความรู้สึก และผมก็ไม่ได้ดูเท้าของตัวประกบหรือดูว่าเขาอยู่ตรงไหน มันเป็นเรื่องของความรู้สึกอีกเช่นเดียวกัน มันเป็นเรื่องของฟุตเวิร์ค เรื่องของการใช้สกรีนซะมากกว่า หรือถ้าตัวประกบตรงเข้ามา ผมก็จะเตรียมถอยเท้าข้างหนึ่งไป 1-2 ฟุต (step back) และพยายามใช้ความสูงของผมสร้างความได้เปรียบ (6 ฟุต 7 นิ้ว) เท่านั้นเขาก็ยากจะบล็อกผมได้แล้ว

อีกเรื่องที่คุณควรทำคือต้องพัฒนาปฏิสัมพันธ์ในการเล่น (chemistry) กับพ้อยการ์ดของคุณด้วย เพราะเขาต้องเป็นคนอ่านว่าคุณจะฉากออกจากสกรีน หรือจะวิ่งวนเข้า ซึ่งสเต็ปกับผมทำได้ดีในเรื่องนี้ เราเล่นมาด้วยกัน 3 ปีแล้ว เขารู้ว่าผมชอบรับบอลตรงไหน ชอบรับบริเวณด้านขวาลำตัว และระดับต่ำกว่าไหล่ เขาเป็นตัวจ่ายบอลที่เก่ง คอยจ่ายบอลให้ผมแบบนี้อยู่เสมอ

เราต่างรู้ว่าเราจะได้เติบโตไปด้วยกัน ผมไม่เคยเล่นกับใครที่ชู้ตได้ดีกว่าผม ดั่งนั้นเขาจึงคอยผลักดันผมไปในตัว ผมหวังอย่างยิ่งว่าเราจะได้ทำลายเรื่องสถิติการชู้ต เราแค่อยู่ด้วยกันต่อไปและให้ความเคารพต่อกัน

stephen-curry-klay-thompson-nba-milwaukee-bucks-golden-state-warriors-850x560เคลย์ ทอมป์สันและสตีเฟ่น เคอร์รี่ในเกมที่เอาชนะมิลวอกี้ บั๊กส์วันที่ 20 มีนาคม 2014

4.บางครั้งคุณจำเป็นต้องเล่นแรงซักนิดเพื่อหยุดตัวประกบของคุณ

ผมพยายามจะเอามือของตัวประกบออกไปจากตัวผม มันอาจจะฟาวล์ก็ได้ แต่คุณจำเป็นต้องผลักให้ตัวประกบออกห่างจากตัวคุณไปซัก 1 หรือ 2 ฟุต ซึ่งมันเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคุณ เพราะถ้าเขาวิ่งฝ่าสกรีนตามคุณมา เขาจะไม่สามารถป้องกันคุณชู้ตได้ทัน

5.ตัวรับสวิงแมนที่สูงยาว คือผู้เล่นที่มือชู้ตซึ่งเน้นการเคลื่อนที่นั้นยากจะรับมือ

มันเคยเป็น Andre Iguodala (6 ฟุต 6 นิ้ว) แต่ตอนนี้เราอยู่ทีมเดียวกันแล้ว มันดีกับผมมากเวลาซ้อมกับเขาเพราะเขาคอยจะตั้งรับผมเสมอ Matt Barnes (6 ฟุต 7 นิ้ว) ก็เป็นอีกคนที่ต้องสู้โดยให้สกรีนช่วย เพราะเขาตัวสูง Paul George (6 ฟุต 9 นิ้ว) ก็เป็นอีกคนหนึ่ง

แต่มีอยู่คนหนึ่ง ที่ไม่ได้สูงมาก แต่เป็นตัวรับที่เก่ง นั่นคือ Tony  Allen (6 ฟุต 4 นิ้ว) เขาหลบสกรีนเก่งและกลับมากันเราได้ทันตลอด

hi-res-fa5b5dfb362acb4bdf9761484585de9e_crop_exactเคลย์ ทอมป์สันและแมทท์ บาร์นส์ ในเพลย์ออฟปี 2014

6.การเซตเกมบุกไว้หลายๆแบบ คือการดีไซน์เพื่อมือชู้ตที่มีฝีมือ โดยเฉพาะการใช้สกรีนเพื่อการชู้ต ที่ทำให้เกมรับฝั่งตรงข้ามต้องระวังตัว

ผมไม่สามารถจะสร้างได้ทุกเพลย์ แต่โค้ชสตีฟ เคอร์เขาเตรียมให้ผมกับสเต็ปไว้มากมาย ให้เราไว้เล่นในขณะเคลื่อนที่หาบอล เช่นการใช้สกรีนเดี่ยว หรือสกรีนคู่ (เป็นกำแพงให้กับฝั่งใดฝั่งหนึ่ง) ซึ่งผมจะเริ่มจากการอยู่ใต้แป้นแล้วให้สกรีนคอยกันเพื่อวิ่งออกไปรับบอล

บางครั้งเราจะบอกเพลย์กันพอได้ยิน ถ้าฝั่งตรงข้ามต้องการจะเข้ามาบล็อกผม เราก็จะบอกกันแล้วผมก็จะวิ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง ใช้สกรีนจากบิ๊กแมนในฝั่งนั้น บางครั้ง Andrew Bogut จะยืนรออยู่ตรง weak side (ฝั่งที่ไม่มีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามยืนอยู่) และ David Lee จะอยู่ตรงบริเวณ strong side (บริเวณที่มีผู้เล่นฝั่งตรงข้ามยืนอยู่) ตรงบริเวณเขตฟรีโทรว์ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าฝั่งตรงข้ามจะกันผมอย่างไร เพราะผมสามารถเคลื่อนที่ไปหาได้ทั้งลีหรือไม่ก็โบกัต

เขาสองคนเก่งมากเรื่องการเซตสกรีน หลายครั้งคุณจะเห็นว่า การโดนเป่าฟาวล์มักจะเกิดจากการ ใช้จังหวะที่ไม่ลงตัวระหว่างตัวสกรีนกับตัวชู้ต

ดั่งนั้นเพื่อให้มันเวิร์ค เราต้องใจเย็นและรอจนตัวสกรีนพร้อม เพื่อเลี้ยงบอลให้ฝั่งตรงข้ามเข้ามาติดบิ๊กแมนของเรา พ้อยการ์ดเก่าๆอย่าง John Stockton, Mark Jackson, Magic Johnson เป็นคนที่เก่งในการพาตัวประกบเข้ามาติดสกรีน พวกเขารู้จักใช้บิ๊กแมนและใช้สกรีนเพื่อวิ่งหาที่ชู้ต

7.คนที่ไม่ดูแลร่างกาย ไม่นับว่าเป็นชู้ตติ้งการ์ด

มือชู้ตเก่งๆต้องอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นสเต็ป, เรย์ อัลเลน หรือ ไคล์ คอร์เวอร์ พวกเขาเรานั้นแทบไม่เคยหยุดเคลื่อนที่ โดยเฉพาะในควอเตอร์ 4 เวลาที่เกมยืดเยื้อ มันหนักหนาเอาการอยู่ที่คุณจะรับมือกับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเกม ฉะนั้นคุณควรจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงมากๆ

นั้นคือเหตุผลว่าทำไมในระหว่างซีซั่น ผมจึงออกกำลังกายด้วยเจ้าเครื่อง elliptical machine  เครื่องออกกำลังกายที่เน้นการออกกำลังแขน เพราะบางครั้งช่วงท้ายๆเกม เมื่อคุณมีจังหวะ คุณย่อมจะต้องชู้ต ต้องใช้แขนเยอะ ต้องชู้ตซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ในระหว่างซัมเมอร์ ผมเลยจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่งทุกวันเพื่อซ้อมชู้ตและออกกำลังแขน แต่คุณไม่จำเป็นจะต้องทำให้กล้ามเนื้อมันมัดใหญ่ขึ้น แค่ให้มันแข็งแรงก็พอ

อีกอย่างนึงที่สำคัญสำหรับผมคือการวิ่งซักสองสามไมล์ทุกวันในช่วงปิดฤดูกาล และเวลาผมซ้อมชู้ต ผมก็พยายามจะเคลื่อนที่ชู้ตให้มากเข้าไว้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำเป็นส่วนใหญ่ในเกม ผมยืนชู้ตอยู่กับที่ได้แน่นอน แต่มือชู้ตที่มีผีมือจะต้องสามารถวิ่งชู้ตและถอยหลังชู้ตได้

8.มาคุยกันเรื่องถอยหลังชู้ต

มันคือการชู้ตที่ยากที่สุดในเอ็นบีเอ ในการถอยหลัง ตั้งเท้าและรักษาบาลานซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณคอร์เนอร์ เหมือนช็อตที่เรย์ อัลเลนยิงในเกม 6 นัดชิง ปี 2013 คนจะคิดว่าช็อตแบบนี้มันไม่ยากเท่าไหร่หรอก แต่ไม่ใช่เลย เพราะโมเมนตั้มมันต้องพุ่งไปด้านหลัง ทำให้คุณต้องคุมตัวเองเพื่อถอยไปชู้ต โดยเวลาผมชู้ตลักษณะนี้ ผมจะเริ่มจากการพยายามวางส้นเท้า เพราะมันทำให้ผมมีบาลานซ์และจากนั้นผมจะดีดเท้า ปล่อยช็อตออกไปได้

Tony Bennett โค้ชของผมสมัยคอลเลจ เคยบอกกับผมตอนปีหนึ่งเวลาผมชู้ต ให้ลองหลับตาจินตนาการรู้สึกตั้งแต่นิ้วเท้าไปจนถึงปลายนิ้วมือ ในหนึ่งการเคลื่อนไหว ลักษณะการชู้ตของมือชู้ตเก่งๆทั้งหลายจะเหมือนกับ ลักษณะของน้ำตกที่ไหลย้อนขึ้น สเต็ป, เควิน ดูแรนท์, เจมส์ ฮาร์เด้นท์, ไคล์ คอร์เวอร์ พวกเขาเคลื่อนไหวร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกับการชู้ต โดยไม่มีแม้การสะดุด

ผมเป็นคนมีฟุตเวิร์คกับบาลานซ์ที่ดีมาตลอด และวิ่งเล่นกับสกรีนได้ดี ผมคิดว่ามันเป็นเพราะผมเล่นกีฬามาหลายอย่างสมัยเด็กๆ ทั้งอเมริกันฟุตบอล เบสบอล ซึ่งทุกอย่างมันส่งผลที่ดีแก่ผม อีกทั้งผมยังมีพรสวรรค์ในการปล่อยบอลได้เร็ว พอร่างกายผมมันเจริญเติบโตขึ้นในช่วงไฮ-สคูล ผมก็พร้อมสู่การชู้ตสามแต้มในเอ็นบีเอ มันเป็นการชู้ตที่ยาก โดยเฉพาะการวิ่งอ้อมสกรีนเพื่อชู้ตสามแต้ม ซึ่งไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้

เรย์ อัลเลนในวันที่ถอยหลังชู้ตสามแต้ม ยื้อชะตาให้ไมอามี่ ฮีท ในเกม 6 นัดชิงชนะเลิศปี 2013

9.การเล่นกีฬาอื่นช่วยในการพัฒนาความแม่นยำและความแข็งแรง

ผมพยายามจะทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเทนนิสหรือกอล์ฟ ที่ทำให้ผมต้องเดินไปถึง 18 หลุม มันเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก มือชู้ตหลายคนมักจะเล่นกอล์ฟได้ดี ปิงปอง แทงพูล หรือกีฬาอะไรประมาณนี้ มันช่วยฝึกจิตใจคุณได้ เพราะมันเป็นกีฬาที่ทำให้เราได้หัดเล่นในช็อตยากๆ

การตีกอล์ฟของผมมันดีขึ้น ผมสามารถเบรก 100 ได้แล้ว (จบ 18 หลุม ใน 100 สโตรก) ผมเล่นกับสเต็ป เขาเป็นคนที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นด้วยในตอนนี้

แต่กีฬาที่ผมโปรดปรานที่สุดคือปิงปอง ผมชอบเล่นตลอด เพ้นท์บอลก็สนุก ว่ายน้ำก็ด้วย ผมชอบทะเล ผมเคยได้ยินว่ามันดีต่อกระดูกข้อต่อของคุณ ทิม ดันแคนก็ชอบว่ายน้ำ และก็อย่างที่เห็น จนอายุ 38 เข้าไปแล้วเขาก็ยังเล่นบาสไหวอยู่

10.ในขณะที่เขาไม่ใช่นักบาสที่แข็งแกร่งกำยำ Chris Mullin คือหนึ่งในนักบาสที่มือชู้ตทุกคนควรศึกษา

ผมโตมากับการดู Ray Allen, Rip Hamilton และ Allan Houston แต่มักมีสิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับคริส มัลลินเสมอ เขาไม่ได้รูปร่างแข็งแกร่งกำยำ แต่เขารู้ว่าทำยังไงถึงจะได้มาซึ่งสิ่งที่เขาต้องการ เขาไม่เคยปล่อยให้ตัวประกบมาคอยจี้เขาจนลนลาน แต่กลับทำให้เกมนั้นดูง่ายดายเหลือเกิน

เขาอาจไม่เร็ววูบวาบ แต่เขาเล่นได้กระชับหนักแน่น ชู้ตได้สมู้ท เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ฉลาดที่สุดคนหนึ่งในการแข่งขัน เขาทำเฉลี่ย 25 แต้มต่อเกม ทั้งๆที่ช้าและไม่ได้แข็งแกร่ง ซึ่งมันน่าทึ่งมาก และมันก็คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงทักษะและจริยธรรมในการทำงานของเขา ตอนเขาอยู่โกลเด้น สเตท (เป็นผู้ช่วยโค้ช) เขาสอนผมเยอะมาก เขาสอนให้ผมหัดใช้จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเพื่อช่วยในการชู้ต

รวมคลิปการเล่นของคริส มัลลิน

11.การเสียบาลานซ์มักจะเป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ชู้ตไม่ลง

ผมบอกได้ทันทีเลยว่าทำไมผมชู้ตไม่ลง สำหรับผม มันเป็นเรื่องของการเสียบาลานซ์ เอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป โดยตั้งแต่เริ่มเกมผมพยายามจะเซตเท้า ตั้งบาลานซ์ให้ตรง เพราะถ้ามันเข้าที่เข้าทาง ผมจะชู้ตได้ดีตลอด

ในระหว่างเกม ผมพยายามจะไม่คิดเรื่องการชู้ตไม่ลง ต้องเล่นง่ายๆ ไม่ว่าจะวิ่งเข้าหาห่วงหรือชู้ตฟรีโทรว์ ในการเป็นมือชู้ต การได้เห็นบอลลงไปในห่วงคือทุกสิ่งที่คุณต้องการ มันจะรู้สึกเหมือนคุณได้จังหวะของตัวเองกลับมา

หลังเกม ผมก็มักจะไปดูเทปย้อนหลัง ผมจะดูกับผู้ช่วยโค้ช เฮดโค้ช และเพื่อนร่วมทีม เพราะผมอยากได้คอมเม้นท์ บางครั้งคุณจะเจอกับคืนที่เลวร้าย เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ในเอ็นบีเอ คุณแค่ต้องทำใจยอมรับมัน

สำหรับผมการเลือกช็อตที่จะชู้ต (shot selection หรือ การเลือกชู้ตในระยะที่ถนัดและมีโอกาสเป็นสกอร์) ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก หากผมเลือกช็อตได้ดี เปอร์เซ็นชู้ตผมก็จะสูงตาม แต่หากผมรีบชู้ตเกินไป หรือเลือกชู้ตในขณะมีคนชูมือเข้ามากัน (taking a contest shot) ทั้งสามแต้มและระยะกลาง เปอร์เซ็นชู้ตผมมันก็จะต่ำลง แต่ปัจจุบันการเลือกช็อตที่จะชู้ตของผมมันก็ดีขึ้นทุกๆปีนะ

imageเคลย์ ทอมป์สันในวันที่ทำสกอร์สูงสุดในอาชีพ 41 แต้ม คราวพบกับเลเกอร์สวันที่ 31 ตุลาคม 2014 พาทีมชนะเลเกอร์ส 127-104

12.ขั้นตอนต่อไปสำหรับมือชู้ตคือการหาความหลากหลายในการทำสกอร์

ผมรู้ดีว่าฝ่ายตรงข้ามจะตรงเข้าเล่นงานผมหนักแค่ไหน ผมจึงต้อง pump fake ให้เก่งเพื่อเอาฟาวล์ (การรอจังหวะชู้ตในขณะที่ฝั่งตรงข้ามโดดเข้ามาชนเราจนเสียฟาวล์) ผมเห็นแชนด์เลอร์ พาร์สันส์ ตอนมาซ้อมกับทีมชาติ เขาก็เป็นคนนึงนะที่พั้มพ์เฟคเก่งมาก

เวลาคุณเลี้ยงบอลชู้ตในตำแหน่งที่คุณถนัด คุณสามารถทำให้ตัวประกบเสียบาลานซ์ โดยการพั้มพ์เฟคแบบทันท่วงที หรือไม่คุณก็โดดหาพวกเขา ผมพยายามจะเล่นในลักษณะนี้ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเส้นสามแต้ม หลายคนจะรู้ว่าส่วนใหญ่ผมจะต้องชู้ต ฉะนั้นผมจึงจำเป็นจะต้องพั้มพ์เฟคให้เก่ง เพื่อให้ได้ชู้ตฟรีโทรว์

นอกจากนี้ผมยังฝึกการ floater สเต็ปเป็นคนที่ floater และ finger roll ได้ในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมพยายามจะดูเขา เพราะการเล่นฟิงเกอร์ โรลส์ของเขามันเจ๋งมาก อีกอย่างที่ผมเริ่มทำได้ดีขึ้นก็คือการโพส หลังจากออกมาจากคอลเลจ ผมรู้สึกว่าผมพร้อมที่จะเคลื่อนที่หาบอล เพื่อเล่นในลักษณะ catch and shoot (รับบอลชู้ต) แต่พอเข้ามาในเอ็นบีเอ ผมกลับต้องวิ่งเข้าวงในชู้ตบ้าง หรือ มองหาการ pocket pass (การผ่านบอลลอดช่อง) อะไรพวกนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมต้องพัฒนา และยังจำเป็นต้องทำต่อไปในอาชีพ

ไฮเซนเบิร์ก @Heisenbergball

5 ธันวาคม 2557

ที่มา

Team USA’s Klay Thompson Breaks Down the Skills That

Advertisements