image

สตีเฟ่น เคอร์รี่รับการต้อนรับจากนักเรียนนายร้อย

หากเราจะพูดถึงคำว่า “ชาตินิยม” กันในสมัยนี้ บางครั้งมันก็อาจจะดูล้าหลังและบางครั้งมันก็มีความหมายถึงความคิดความเชื่อซึ่งออกไปในทางลบ ออกไปในทางหลงตัวเอง ยกตัวเองและมองคนอื่นว่าต่ำกว่า อย่างเช่นคนในบ้านเราบางคนที่ยังคงภูมิใจกับความเป็นคนไทย จนแทบจะอคติกับมิตรประเทศทั้งใกล้ไกล มองประเทศนั้นล้าหลัง มองประเทศนี้ว่าฉันก็มีดีไม่แพ้ ซึ่งนั้นไม่เป็นประโยชน์เสียเลย แต่ทั้งนี้คำว่าชาตินิยม หากเราเลือกมองมันไปในทางสร้างสรรค์ “มองแค่ตัวเรา” มองว่ามันคือแนวคิดที่ทำให้เราลุกขึ้นมาทำอะไรที่มากกว่าเพื่อตัวเอง  เป็นแนวคิดที่ทำให้ผู้คนรู้จักบทบาทหน้าที่ รู้จักการมองภาพใหญ่ ตระหนักถึงสังคมที่มีความเท่าเทียมและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชาตินิยมก็จะผลิดอกออกผลอย่างเช่นที่เห็นได้จากประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น, เยอรมนี, ฝรั่งเศส ฯลฯ ประเทศเหล่านี้ล้วนเจริญขึ้นด้วยแนวคิดในเรื่องชาติ เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาประเทศชาตินิยมอันดับต้นๆของโลก ที่มักจะใช้แนวคิดนี้ปลูกจิตสำนึกให้กับคนในชาติเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะวงการไหน ซึ่งนั้นรวมถึงวงการกีฬา โดยเฉพาะที่จะกล่าวถึงอย่างวงการบาสเกตบอลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกีฬาประเภททีมที่แทบจะเป็นที่เชิดหน้าชูตาให้สหรัฐฯมานมนาน แต่ก่อนที่ทีมชาติสหรัฐจะประสบความสำเร็จได้ ทั้งหมดทั้งมวลอาจไม่ใช่เพียงเพราะสหรัฐฯมีแต่ตัวเก่งๆ แต่เพราะส่วนหนึ่งสหรัฐฯ ได้ปลูกฝังแนวคิดทางชาตินิยมเอาไว้ให้แก่นักกีฬา

เมื่อราวสัปดาห์ก่อน ทีมชาติสหรัฐอเมริกาภายใต้การทำทีมของโค้ชไมค์ คริสซิวสกี้ หรือที่แฟนๆเรียกกันสั้นๆ ว่าโค้ชเคได้พานักบาสทีมชาติชุดล่าสุดเดินทางไปอย่างโรงเรียนนายร้อยเวสพ้อยท์ทางตอนเหนือของนิวยอร์ก ซิตี้เพื่อซ้อมโชว์ตามโปรแกรม Hoops for Troops โครงการการกุศลที่จัดขึ้นเพื่อกองทัพสหรัฐฯ รวมถึงเยี่ยมชมเวสพ้อยท์สถาบันการศึกษาทางการทหารและความเป็นผู้นำที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งเป็นความฝันของนักเรียนนายร้อยทุกคนที่จะได้เดินทางมาศึกษา และหนึ่งในอดีตนักศึกษาคนสำคัญคนหนึ่งของเวสพ้อยท์ก็คือโค้ชเจ้าของ 2 เหรียญทองโอลิมปิคคนปัจจุบันคนนี้นี่เอง

53f290d4322eb.image

 นักบาสทีมชาติสหรัฐฯ ขณะถ่ายภาพหมู่บริเวณด้านหน้าหอเกียรติยศวอชิงตันในเวสพ้อยท์

โค้ชเคคืออดีตนักเรียนนายร้อยเวสพ้อยท์ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปี 1969 โดยระหว่างที่โค้ชเคศึกษา โค้ชเคยังทำหน้าที่เป็นนักบาสเกตบอลให้แก่เวสพ้อยท์รวมถึงเป็นกัปตันของทีมในปีสุดท้าย ก่อนจะได้มาดำรงตำแหน่งเฮดโค้ชให้แก่เวสพ้อยท์ ในปี 1975-80 และย้ายมารับงานใหม่ที่ดุ๊ก ยูนิเวอร์ซิตี้จนกลายเป็นตำนานให้แก่วงการบาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัย (NCAA) ในทุกวันนี้ ซึ่งช่วงเวลาที่โค้ชเคได้อาศัยอยู่ใต้ชายคาของเวสพ้อยท์นั้นถือเป็นช่วงเวลาที่ทำให้โค้ชเคได้รู้จักกับความรักชาติ การเสียสละ การทำงานเป็นทีม การไม่ยอมแพ้ และความเป็นผู้นำแฉกเช่นชายชาติทหารซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทำให้โค้ชเคได้ตระหนักถึงความภาคภูมิใจในความเป็นคนอเมริกัน และสิ่งเหล่านี้เองที่โค้ชเคอยากให้เหล่านักบาสทีมชาติได้ซึมซับ เพราะมันคือรากฐานที่สร้างอเมริกาขึ้นมา

“ความรักชาติและการเสียสละเป็นความคิดที่มหัศจรรย์ที่จะได้รู้สึกถึง และผมคิดว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเขารู้สึกเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้คือพามาในที่ที่พวกเขาจะซึมซับกับมันได้ ซึ่งแน่นอนว่าเวสพ้อยท์คือสถานที่แห่งนั้น การได้มาเดินชม ณ ที่แห่งนี้ คุณแค่ใช้ความรู้สึก รู้สึกดีที่ได้เป็นคนอเมริกัน และคุณจะรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มาเป็นทั้งโค้ชและนักบาสให้แก่ทีมชาติ นั่นคือสิ่งที่เราอยากให้นักบาสได้รับมันไปในวันนี้”

โค้ชเคให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดในการพานักบาสมาทัวร์อย่างโรงเรียนนายร้อยเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำหน้าที่เพื่อชาติแฉกเช่นทหาร ซึ่งเรื่องนี้โค้ชเคให้ความเห็นว่าสำคัญกว่าการฝึกซ้อมเสียอีก โดยเหล่านักบาสได้เข้าเยี่ยมชมการทดสอบข้ามสิ่งกีดขวางในร่ม (indoor obstacle test),  การฝึกการต่อสู้และเคลื่อนที่ในน้ำ (combat pool survival swim) ของเหล่านักเรียนนายร้อย รวมถึงเข้าชมสุสานเวสพ้อยท์และกำแพงเกียรติยศซึ่งโค้ชเคได้รับเกียรติให้เป็นบุคคลบนกำแพงไปแล้วเรียบร้อย โดยความเห็นจากนักบาสหลายๆคน หลังจากได้เข้าเยี่ยมชมชีวิตของเหล่านักเรียนนายร้อย ต่างก็มีความประทับใจและกระแสตอบรับที่ดี

“พวกเขามีเวลากินข้าวกันแค่ 20-25 นาที นั่นทำผมแทบช็อค คุณจะเตรียมตัวกินข้าวเพียง 20-25 นาทีได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ทำผมประหลาดใจ ผมคิดว่าพวกเขาต้องตื่นกันตั้งแต่ตี 5 ครึ่งหรืออะไรประมาณนั้น ซึ่งสำหรับผม มันเป็นเป็นเรื่องวายป่วงเอาการ แต่สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พวกเขาจะต้องทำมันตลอดชีวิต ซึ่งมันเจ๋งมาก”

เดอร์ริค โรสให้ความเห็นถึงการเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตซึ่งเต็มไปด้วยระเบียบวินัยที่เคร่งครัดของเหล่านักเรียนนายร้อย เช่นเดียวกับสตีเฟ่น เคอร์รี่ที่ให้ความเห็นถึงการเยี่ยมชมเวสพ้อยท์ในครั้งนี้

“พวกเขารู้ดีว่าความเสียสละของพวกเขานั้นมีความหมายต่อประเทศชาติของเรา การได้มาเห็นจุดเริ่มต้นของความเสียสละอันยิ่งใหญ่ มันเป็นอะไรที่สุดยอดไปเลย”

คลิปการเยี่ยมชมโรงเรียนนายร้อยเวสพ้อยท์ของทีมชาติสหรัฐอเมริกา

หากจะบอกว่าบาสเกตบอลทีมชาติสหรัฐอเมริกาชุดนี้ ออกจะดูขี้เหร่ไปซักหน่อยคงไม่ผิดนัก เพราะเหล่าบรรดาซูเปอร์สตาร์ทั้งหลายต่างก็ถอนตัวกันไปเป็นแถบ เนื่องจากต้องยอมรับว่าการเล่นให้ทีมชาติของนักบาสเอ็นบีเอนั้นไม่มีอามิสสินจ้างใดๆให้ แค่ไม่เจ็บกลับมาก็ถือว่าบุญหัวแล้ว ซึ่งอดัม ซิลเวอร์ประธานลีกก็ออกมายอมรับว่าเรื่องนี้มีปัญหาและเป็นเรื่องที่เสี่ยงพอสมควรสำหรับอาชีพนักบาสอย่างเช่นที่เกิดขึ้นกับพอล จอร์จ การมารับใช้ชาติจึงเป็นไปด้วยความสมัครใจของนักบาสเป็นหลัก สมัครใจเพราะรักในเกมและการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆในระดับโลก สมัครใจมาเพื่อเกียรติยศของตนเองและครอบครัว และสมัครใจมาเพื่อชาติเช่นเดียวกับนักเรียนนายร้อยทุกคนในเวสพ้อยท์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสำหรับสปิริตของผู้เล่นทีมชาติที่เหลือชุดนี้ แม้มันแทบจะเทียบกันไม่ได้กับสปิริตของนักเรียนนายร้อย เพราะอย่างมากที่สุดนักบาสก็แค่เจ็บกลับมาและอดลงเล่นในลีกไปอีกหลายเดือน แต่กับนักเรียนนายร้อยเหล่านี้แล้วพวกเขาต้องถูกเคี่ยวกรำทั้งร่างกายและจิตใจก่อนจะออกไปรบเพื่อชาติของพวกเขา บางคนต้องกลับมาพร้อมกับอาการที่ไม่ครบ 32 หรือบางคนอาจจะไม่ได้กลับมา ซึ่งนี่คือเหตุผลสำคัญที่โค้ชเคอยากให้นักบาสในปัจจุบันได้ตระหนักถึง เพราะเรื่องในเชิงชาตินิยม ว่าเราจะทำอะไรเพื่อชาติ เพื่อสังคมที่เราอาศัยอยู่  เรื่องเหล่านี้ ณ วันนี้ไม่ค่อยมีคนคิดกันแล้ว

ไฮเซนเบิร์ก

30 สิงหาคม 2557

@Heisenbergball

 

ข้อมูลอ้างอิง

For Coach K, Team USA, day at West Point goes beyond

Men’s National Team Holds Practice At West Point

Army grad Coach K takes USA team to West Point

 

 

 

 

Advertisements