Untitled-4

ทาจ กิ๊บสันขณะกำลังวอร์ม อัพในแคมป์จูเนียร์ เอ็นบีเอ ไทยแลนด์

เมื่อวันที่ 1-3 สิงหาคม 2557 ทางโครงการจูเนียร์ เอ็นบีเอ ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นโครงการอบรมกีฬาบาสเกตบอลให้แก่เยาวชนของเอ็นบีเอ ได้เชิญตัว ทาจ กิ๊บสัน พาวเวอร์ ฟอร์เวิร์ดฟอร์มแรงของทางชิคาโก้ บูลส์มาให้ความรู้กับเด็กๆในเมืองไทย โดยหลังจากที่กิ๊บสันได้กลับไปที่สหรัฐฯ เจ้าตัวก็ได้เผยแพร่ไดอารี่ส่วนตัวผ่านทางเว็บไซด์ของต้นสังกัด ที่พูดถึงประสบการณ์ในแคมป์อบรมและการเดินทางมาเที่ยวในเมืองไทย ผมเลยขออนุญาตหยิบไดอารี่ดั่งกล่าวมาแปลไว้เป็นจดหมายเหตุว่าครั้งหนึ่งนักบาสเอ็นบีเอได้เคยเดินทางมาที่นี้และเขียนประสบการณ์ต่างๆ อันเกิดจากมุมมองของนักบาสเอ็นบีเอต่อประเทศไทยออกมา จะเป็นอย่างไรลองอ่านกันดูครับ ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ครับ

วันที่ 1

เช้านี้ผมออกกำลังกาย ด้วยการยกน้ำหนักตามปกติ จากนั้นเราจึงได้ออกไปพิธีเปิดเทรนนิ่งแคมป์  เราเริ่มต้นวันแรกของเราด้วยการพบและได้อยู่กับเด็กๆ พวกเขาเป็นเด็กที่เก่งมาก ผมคุยกับเด็กเยอะมาก ซึ่งทั้งสนุกและน่าสนใจ เพราะพวกเขาหลายคนพูดกันได้หลายภาษา มีเด็กมากมายกับความสามารถที่หลากหลาย มีเด็กคนหนึ่งที่สะดุดตาผม เขาเล่นคล้ายเจเรมี่ หลิน มาก เขาจั้มป์ชู้ตได้ยอดเยี่ยมและเล่นได้ฉลาดมากในสนาม ผมคิดว่าพวกเขามีความสามารถแต่แค่ต้องอาศัยการเรียนรู้ จากนั้นเราได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวในกรุงเทพ ซึ่งเป็นเมืองหลวง ได้เดินชมสถานที่ต่างๆและเอ็นจอยกับอาหารต่างๆที่อร่อยเลยทีเดียว เราได้พบกับคนท้องถิ่นที่น่าสนใจ พวกเขาชื่นชอบเอ็นบีเอ แล้วผมก็ได้ไปนวดเท้า ซึ่งเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมสุดๆ เพราะขาผมระบมไปหมด (จากการสอนเด็กและเดินเที่ยว) มันเป็นประสบการณ์ที่เจ๋งสุดๆ จากนั้นเราได้ไปเดินดูวิถีชีวิตกลางคืน เราไปที่ชั้นดาดฟ้า (ของร้านอาหารซิร็อคโค โรงแรมเลอบัวแอทสเตททาวเวอร์ สีลม) ที่เคยใช้เป็นฉากในหนังเรื่อง แฮง โอเวอร์ ภาค 2 มันเป็นวิวที่มหัศจรรย์มาก จากนั้นเราจึงได้ไปที่บ้านของท่านทูตอเมริกา (คริสตี้ เคนนี่ย์) เพื่อรับการต้อนรับ บ้านของท่านนั้นหลังใหญ่ ดูเก่าแก่ ลักษณะเป็นแมนชั่นที่สวยงาม ท่านคริสตี้เป็นแฟนของวอชิงตัน วิซาร์ด แต่เธอรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับกีฬา และเธอก็น่ารักกับผมและครอบครัวจริงๆ เราคุยกันทั้งคืน เธอรู้เรื่องราวของเกมการแข่งขันเอามากๆแม้เธอจะเป็นผู้หญิง เธอยอดเยี่ยมมาก วันนี้ถือเป็นวันที่สุดยอดไปเลยที่ผมได้อยู่ท่ามกลางคนไทย

Untitled-2

ภาพบรรยากาศในย่านพระนครจากอินสตราแกรมของกิ๊บสัน

วันที่ 2

เราตื่นกันแต่เช้าและเดินทางไปที่แคมป์เพื่อสอนเด็กๆ ผมซ้อมกับพวกเขาเยอะพอสมควรในวันนี้ เราเล่นไปพร้อมๆกัน พวกเขามีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ กระตือรือร้นที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆเกี่ยวกับบาสในแบบฉบับเอ็นบีเอ ทุกครั้งที่ผมออกมาซ้อมด้วย พวกเขาจะพยายามตักตวง และเอาจริงเอาจังให้ได้เหมือนผม ซึ่งมันสนุกจริงๆ เรามาจบที่การเล่นกันตัวต่อตัว ซึ่งการเล่นแบบนี้จะเป็นผลดีต่อความมั่นใจของเด็กๆ หลายคนรู้สึกกลัวๆ แต่ก็เข้าใจได้ ซึ่งไม่ว่าอย่างไรหลายๆคนก็เล่นได้ยอดเยี่ยม ผมสนุกกับการเล่นตัวต่อตัว มันเป็นเรื่องดีที่เด็กๆจะได้สู้กับนักบาสจากเอ็นบีเอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเคยฝันว่าจะได้มีโอกาสแบบนี้สมัยยังเด็ก มันเป็นเรื่องสนุกจริงๆสำหรับพวกเขา และผมก็สนุกที่ได้เห็นพวกเขาเอ็นจอย จากนั้นเราได้เดินทางไปดูมวยไทย ประมาณ 10 หรือ 11 คู่ ตามน้ำหนักตามรุ่น เกือบทุกคู่นั่นชกกันจนน็อคเอ้าท์ ซึ่งมันตื่นเต้นมาก คุณได้เห็นกันแบบจะๆ พวกเขาพยายามจู่โจมคู่ต่อสู้ที่ชายโครง ที่หน้าท้อง หรือแม้แต่ที่หน้า ใช้การฟันศอก เข่า และเท้า มันดูโหดเอาการ ซึ่งทำให้วันนี้ก็เป็นอีกวันที่แสนวิเศษ

Muay Thai kick boxing with friends. Only in #bangkok

A post shared by Taj Gibson (@tajgibson22) on

คลิปทาจ กิ๊บสันขณะชมการชกมวยไทย

วันที่ 3

เช้านี้ผมตื่นมาออกกำลังกายและรอจนถึงบ่ายโมงเพื่อเดินทางไปที่โรงยิม ผมรู้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญเพราะทางเจ้าหน้าที่บอกมาตลอดว่าพวกเขาจะต้องตัดตัวเด็ก แต่ผมไม่ได้มีส่วนในการพิจารณา เมื่อผมเห็นเด็กทุกคนยิ้มจนถึงตอนถูกเรียกชื่อ พวกเขาต้องถูกตัดตัวให้เหลือ 20 คน (จาก 64 คน) จากนั้นจะถูกตัดให้เหลือเพียง 10 ถึง 14 คน (ผู้ชาย 10 ผู้หญิง 4) มันเป็นเรื่องกดดันพอสมควร ที่ต้องเป็นคนที่ถูกเรียกชื่อ ผมนั่งอยู่ข้างหลังคอยมองดูปฏิกิริยาบนใบหน้าของเด็กๆ หลายคนดูผิดหวัง หลายคนร้องไห้ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมนึกย้อนไปในสมัยผมยังเด็ก เพราะผมไม่เคยได้รับเลือกเข้าทีม ต้องข้ามผ่านความเศร้าความเจ็บปวด แต่มันก็ดีผมเพราะมันทำให้คุณต้องทำงานหนักขึ้น มันเหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟให้ตัวคุณหากคุณอยากประสบความสำเร็จ ผมบอกอย่างนั้นกับเด็ก ผมพาพวกเขาเดินคุยไปรอบๆโรงยิมในขณะที่พวกเขาร้องไห้ ซึ่งมันก็ทำให้ผมอยากจะร้องอยู่เหมือนกันเพราะผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี

หลังจากเลือกได้ 20 คน เด็กๆก็ได้แข่งกันอีกหลายเกม พวกเขาเล่นกันแบบออลสตาร์เกมเพื่อคัดให้เหลือเพียง 14 คน มีเด็กผู้หญิงที่เล่นดีอยู่สองสามคน ส่วนเด็กผู้ชายก็เล่นได้ดี แต่มีอยู่สองสามคนที่ผมสังเกตมาตลอดทริปว่าเขาซ้อมกันจริงจังมาก แต่ยังไม่ได้รับการมองเห็นเท่าที่ควร คนหนึ่งหมายเลข 73 คนนี้จริงจังมากในทุกการซ้อม เขาเล่นเต็มที่ ขยันรีบาวน์ เขาเป็นหนึ่งในคนที่คุณไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่าเขาจะเล่นอะไร แต่ถ้าเขาเล่น เขาจะทำมันได้สำเร็จ เขาเจ๋งมากในออลสตาร์เกม เหมือนที่เขาทำได้ดีมาตลอดในแคมป์ เขาทำได้ประมาณ 22 แต้ม 9 รีบาวน์ เขาโดดเด่นจริงๆ และผมก็รู้สึกยินดีกับเขา เขารู้ว่าผมอยากให้เขาได้รับคัดเลือกเพราะสิ่งที่เขาทำมันสุดยอด ออลสตาร์เกมจบลง ก็ถึงช่วงเวลาดราม่าในการเลือกเด็กๆทั้งผู้ชายและผู้หญิงให้เหลือเพียง 14 คน พวกเขาทั้ง 20 คนพอจะรับความกดดันกันได้ดีขึ้น แต่ก็ยังเห็นคนที่มีหน้าตาผิดหวัง เหล่าสตาฟต่างหารือกันว่าใครคือคนที่ควรได้รับการคัดเลือก พวกเขาทำงานกันได้ดีมาก ทุกคนคุยกันเรื่องเด็กๆ แสดงให้เห็นถึงความรักที่พวกเขามีต่อเด็ก โค้ชทุกคนต่างสู้กันเพื่อเด็กของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผู้คนควรได้เห็นเพราะโค้ชรักเด็กเหล่านี้กันจริงๆ จนในที่สุดพวกเขาก็ได้ชื่อเด็กทั้ง 14 คน ในเวลาเดียวกับที่ท่านทูตก็เดินทางมาถึง เธอกล่าวสุนทรพจน์ได้ดีมาก ผมไม่เคยรู้เลยว่าเธอพูดภาษาไทยได้เก่งเลยทีเดียว จากนั้นสปอนเซอร์ต่างๆก็เดินทางมาทั้ง โฟร์โมสต์, สปอลดิ้ง, ทรูวิชั่น พวกเขาน่ารัก ทุกคนมาถึงและได้ออกมากล่าวถึงกิจกรรม

Untitled-3

 กิ๊บสันขณะสอนเด็กๆในแคมป์

ครอบครัวของเด็กๆมีความสุขกันมาก แม้พวกเขาจะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องบาสเกตบอลมากเท่าไหร่ พ่อแม่ของเด็กๆได้มาร่วมเล่นเกมชู้ตกัน พวกเขาชอบเกมชู้ตสามแต้มกันมากที่นี้ จนกระทั่งกลับมาสู่ช่วงประกาศตัว ความผิดหวังบนใบหน้าของเด็กดูเหมือนว่าวันนี้มันจะกลายเป็นสิ้นโลก แต่ส่วนที่สดใสก็มีให้เห็นจากเด็กที่ได้รับคัดเลือก คุณสามารถมองเห็นความสุขจากพวกเขาได้ มันเหมือนเป็นโมเม้นท์ที่ดีที่สุด หนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดคือช่วงที่กรรมการกำลังเรียกเด็กผ่านหมายเลขของพวกเขาทีละคน โดยเด็กคนที่ยืนอยู่สุดท้ายหมายเลข 55 เด็กคนนี้เล่นได้คล้ายกับชาร์ล บาร์คลี่ย์ในแคมป์ ผมบอกได้เลยว่าหน้าของเขารู้สึกแย่มากกว่าใคร ที่เลขของเขายังไม่ถูกเรียก จนกระทั่งประกาศชื่อคนสุดท้าย เมื่อกรรมการพูดชื่อของเขา เท่านั้นแหละเขาก็ระเบิดร้องไห้วิ่งพล่านดีใจ รีบไปคว้าเสื้อ คว้าเหรียญของเขา เขาดูโคตรดีใจ มันมหัศจรรย์มาก  แต่ก็ยังมีความเศร้าโศกบนใบหน้าของเด็กที่ไม่ได้รับเลือกที่กระทบจิตใจผม ความสดใสของเด็กที่ได้รับเลือกนั้นดูซาบซึ้งประทับใจ  พวกเขากล่าวขอบคุณทุกๆคน พวกเขาเป็นเด็กที่รู้จักบุญคุณคน รู้จักให้ความเคารพ ซึ่งมีให้เห็นกันน้อยในการแข่งขันบาสเกตบอล ซึ่งผมหวังว่าเด็กๆในอเมริกาควรจะประพฤติตัวแบบนี้บ้าง รู้จักขอบคุณและซาบซึ้งกับสิ่งที่พวกเขาได้รับจากคนที่มาให้ความรู้

ทริปนี้ทำให้ผมรู้สึกอ่อนลงมาก ผมได้เดินทางและเห็นผู้คนทุกหนทุกแห่งในเมือง ได้เห็นคนทำงาน หลายคนทำงานที่ต่ำต้อย ทำงานก่อสร้าง ซ่อมแซมถนนหนทาง แต่ทุกครั้งที่เขามองคุณเขาก็จะยิ้มให้ พวกเขาให้ความเคารพ พวกเขามักจะน้อมศีรษะให้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าช่วงไหนของวัน คุณจะเป็นคนรวย หรือคนจน ทุกคนจะน้อมศีรษะไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มันคือความอ่อนน้อมถ่อมตนจริงๆเท่าที่ผมเคยได้เห็น ผมจะนำสิ่งนี้กลับไปใช้ที่บ้านและใช้มันให้เป็นประโยชน์กับตนเอง ผมได้รับช่วงเวลาที่ดี ตลอดการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะไปเดินห้าง เรียนรู้ภาษาไทย เรียนรู้ภาษาใหม่ หนึ่งในคำที่ผมชอบคือ สวัสดี มันมีความหมายเหมือน ฮัลโหล หรือ กู๊ด มอร์นิ่ง พวกเขาจะยิ้มกันเป็นพิเศษเวลาผมพูดคำนี้ พวกเขาดีใจที่เห็นผมพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย มันเป็นประสบการณ์แห่งการอ่อนน้อมถ่อมตน ผมเฝ้ารอที่จะได้กลับมาที่นี้อีกครั้งในอนาคต ผมพบกับคนอเมริกันที่ย้ายมาอยู่ที่นี้ พวกเขามีความสุขและความประทับใจกับวิถีชีวิตของผู้คนที่นี้จริงๆ

ไฮเซนเบิร์ก

16 สิงหาคม 2557

@Heisenbergball

 

ที่มา

Taj Gibson goes to Thailand

Advertisements