Kevin-Durant35

ใกล้จะจบฤดูกาลปกติ 2013-2014 เข้าทุกขณะ หนึ่งในคำถามที่ทุกคนเฝ้ารอคงหนีไม่พ้นคำถามว่าใครจะได้เป็นผู้เล่นอันทรงคุณค่า (MVP) ในฤดูกาลนี้ เพราะในขณะที่เศรษฐี MVP อย่างเลอบรอน เจมส์ก็ยังคงเส้นคงวา จนพาไมอามี่ ฮีทไล่บี้อินเดียน่า เพเซอร์ขึ้นเป็นอันดับ 1 ฝั่งตะวันออกในช่วงโค้งสุดท้าย แถมทุบสถิติโคบี้ (อายุ 30 ปี) ด้วยการเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุด (29 ปี) ที่ทำแต้มถึง 23,000 แต้ม  แต่ทางฟากฝั่งตะวันตกก็ยังมีเควิน ดูแรนท์ ที่พัฒนาการของเขาในวันนี้ดูจะคู่ควรกับรางวัล MVP มากที่สุด เริ่มตั้งแต่ขึ้นเป็นผู้นำตัวทำสกอร์เฉลี่ยสูงสุด 32.0 แต้มในฤดูกาลนี้ (เป็นปีที่ 4 ในอาชีพ) แถมด้วยสถิติทำแต้มต่อเกม 25+  ได้ 41 นัดติดต่อกัน ทุบสถิติไมเคิล จอร์แดน ที่เคยทำไว้ 40 นัดติด เป็นรองแค่ วิลท์ แชมเบอร์เลน(80) และ ออสการ์ โรเบิร์ตสัน(46) เป็นอันดับ 1 ของค่าการทำเกม (playmaking) และค่าประสิทธิภาพ (efficiency)  จากการคำนวณของเว็บไซด์ stats.nba.com

ซึ่งถ้าผมเป็นสื่อกีฬาในสหรัฐ แม้ปีนี้ฟอร์มเก่งของดูแรนท์อาจจะพาทีมมาได้แค่ที่ 2 แพ้มันสมองและทีมเวิร์คของสเปอร์ส ผมก็จะโหวตให้ดูแรนท์ได้ MVP ตัวแรกในชีวิตไปครองแน่นอน เพราะ “มันถึงเวลาแล้ว”และหากพิจารณากันจริงๆ ณ ตอนนี้ดูแรนท์ได้ก้าวเข้าสู่ความใกล้เคียงกับโคบี้ในหลายๆอย่าง แม้จะอยู่กันคนละตำแหน่ง แต่ดูแรนท์ก็เป็นผู้เล่นที่เน้นผลิตสกอร์เช่นเดียวกับโคบี้ ทั้งสองคนเป็นพวกสัญชาตญาณนักฆ่า เงียบขรึมจริงจัง เป็นผู้เล่นที่ผลักดันเพื่อนร่วมทีม เป็นตัวที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อผลชนะและที่สำคัญคือดูแรนท์เป็นผู้เล่นอันทรงคุณค่าที่ไม่ชอบโชว์ออฟหน้ากล้อง เหมือนที่เศรษฐี MVPอย่างเลอบรอน เจมส์มักจะใช้มันเพื่อคว้ารางวัล

ปีนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าผลรางวัล MVP จะออกมาอย่างไร แต่เมื่อเดือนที่แล้ว เควิน ดูแรนท์เพิ่งได้ให้สัมภาษณ์กับ Mark Medina ผู้สื่อข่าวจาก แอลเอ เดลี่ นิวส์ ถึงวิธีการทำงานที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 7 ปีที่อยู่ในเอ็นบีเอ ทั้งได้กล่าวถึงโคบี้หนึ่งในบุคคลต้นแบบของตนเอง โดยเนื้อหาใจความของบทสัมภาษณ์จะเป็นอย่างไรลองอ่านกันดูครับ

ผู้สื่อข่าว: เมื่อคุณมองย้อนกลับไปตลอดเวลา 7 ปีที่เล่นในเอ็นบีเอมา คุณคิดว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องที่คุณมีพัฒนาการมากที่สุดในอาชีพ

ดูแรนท์: ก็เรื่องการชนะนั่นแหละครับ ได้เป็นเป็นที่รับรู้ว่าเราคือผู้ชนะ ถึงแม้เรายังไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ แต่เดี๋ยวนี้ถ้าใครเล่นกับธันเดอร์ส พวกเขาจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกดีกับมันมาก ทุกคนรู้ว่าเรามีโอกาสชนะทุกครั้งที่เราลงสนาม ซึ่งนั่นบอกได้ว่าคุณคือนักกีฬาที่มีความสามารถในเกมการแข่งขัน

โดยทั้งหมดทั้งมวลมันก็มาจากความแน่วแน่ ตั้งใจ ทีมเวิร์คและการเสียสละ มันอาจจะมีขึ้นๆลงๆบ้าง แต่มันก็ช่วยฝึกความอดทนเพื่อจะผ่านความยากลำบากเหล่านั้นไปให้ได้

ผู้สื่อข่าว: ช่วยเล่าวิธีพัฒนาการเล่นของคุณให้ฟังหน่อย

ดูแรนท์: ผมจะคิดเรื่องเกมวิธีการเล่นต่างๆเยอะมากรวมถึงฝึกฝนทักษะเฉพาะตัว การเลี้ยงบอล โพสอัพ การจั้มชู้ต และพยายามทำให้เกมสนุกอยู่เสมอ ยิ่งในช่วงซัมเมอร์ ผมจะไปเล่นข้างถนนบ่อยๆ (pick up game) เพื่อดวลกับคนอื่นกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งมันเป็นการเล่นที่ทำให้เกมสนุกขึ้น มันทำให้ผมได้ใช้สัญชาตญาณในการเล่น ผมมักจะออกไปเล่นคนเดียวเพื่อสำรวจความรู้สึกตัวเองว่าเรารู้สึกอย่างไร ผมพยายามจะไม่พึ่งพาเทคโนโลยี นั่นคือวิธีพัฒนาการเล่นของผม

ผู้สื่อข่าว: คุณมีโคบี้เป็นต้นแบบในการพัฒนาวิธีการเล่นของคุณบ้างมั้ย

ดูแรนท์: แน่นอนครับ โคบี้คือตำนานไปแล้ว ทักษะของเขาไม่เป็นสองรองใคร เขาและจอร์แดน สูสีกันมากในเรื่องของทักษะ ถึงแม้คุณสามารถจะสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกาย แต่สุดท้ายมันก็เกี่ยวข้องกับทักษะความชำนาญ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้วิธีการเล่นของเขามันใช้งานได้ และเป็นเหตุผลว่าทำไมโคบี้ถึงเป็น 1 ใน 2 สุดยอดตลอดกาล เพราะเขามีทักษะ ทั้ง ฟุตเวิร์ค การชู้ตสามแต้ม การวิ่งชู้ต (pull up) การโพสอัพ การดั้งค์และการเลี้ยงบอล เขามีทักษะอยู่มหาศาล เขาและจอร์แดนคือ หมายเลข 1 และ 1a (ใกล้เคียงกันมาก) เขาสูสีกันมาก

โคบี้เล่นโดยไม่แคร์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และด้วยความเอาจริงเอาจังกับการตั้งเป้าหมายของเขา เขาจะเล่นจนชนะ เขาจะทำทุกอย่างที่สำคัญเพื่อให้พร้อมสำหรับลงแข่ง ถ้าเขาเห็นว่าอะไรมันไม่เวิร์ค เขาจะไม่เอาด้วยและเรียกบอลมาที่เขา เขาเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่สามารถเอาจริงเอาจังได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะต้องมาเจอใครในสนาม

ผู้สื่อข่าว: คุณจะเปรียบเทียบตัวเองกับโคบี้ทั้งในและนอกสนามอย่างไร

นอกสนาม เราต่างกันแน่นอน แต่ในสนาม ผมคิดเราเป็นผู้เล่นชนิดเดียวกัน ซึ่งโคบี้ก็น่าจะคิดเหมือนผม  เวลาผมอยู่ในสนามผมจะตรงดิ่งไปหาเขา แล้วเราก็เริ่มชักศอกใส่กัน สบถใส่กัน ต่างคนต่างพ่นคำหยาบใส่กันยับ ผมคิดว่าเขาคงชื่นชมกับวิธีเล่นของผม ซึ่งผมอาจจะคิดผิดก็ได้ แต่ผมว่าผมรู้สึกได้ถึงการชื่นชมกันและกันอยู่นะ แม้ผมจะไม่สนหรอกว่าเขาเป็นไง เขาก็ไม่สนหรอกว่าผมเป็นไง เราแค่เข้าไปซัดกัน โดยไม่สนหรอกว่าคู่ต่อสู้ตรงหน้าเป็นใคร ผมพยายามจะเอาชนะเขา และเขาก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน

ผู้สื่อข่าว: บุคลิกของโคบี้เป็นแบบไหน

ดูแรนท์: เขาเป็นคนเงียบๆและเป็นตัวของตัวเอง จำได้เลยตอนช่วงโอลิมปิคเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาเป็นที่ปรึกษาที่ดีมาก ผมโทรหาเขาประมาณ ตี 3 ซึ่งเราต่างต้องมีแข่งกันในวันถัดไป ผมได้ความรู้มาจากเขาบ้างนิดหน่อยในคืนนั้น และทำให้รู้ว่าเขาเป็นพวกที่ชอบหาอะไรทำไม่รู้จักหลับจักนอน

ผู้สื่อข่าว: คุณถามอะไรเขาบ้าง

ดูแรนท์: ผมได้ความรู้มาจากเขาเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆภายในเกม และวิธีทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นให้ดีขึ้น รวมถึงวิธีอ่านเกมบ้างเล็กน้อย ผมไม่คิดว่าผมเคยถามใครอย่างนั้นนะ แต่ผมก็ถามเขา ผมบอกเขาว่าโคบี้ผมอยากถามใครสักคนก่อนจะออกไปแข่งวันพรุ่งนี้ ซึ่งตอนนั้นมันตี 3 แต่เขาก็รับโทรศัพท์ขึ้นมาคุยด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมจำได้เสมอ

hi-res-ffa825011e7ebdf220fc9d0ac5f367e8_crop_exact

ผู้สื่อข่าว: อยากให้คุณช่วยเล่าถึงผลงานของคุณในปีนี้ รวมถึงความประทับใจที่คุณมีต่อโคบี้ช่วงที่เขายังดังมากๆ

ดูแรนท์: สิ่งที่ผมทำคงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่โคบี้ทำ สิ่งที่นักบาสหลายคนทำได้ในตอนนี้มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาเคยทำมาก่อน ผม, คาร์เมโล, เลอบรอน, พอล จอร์จ สิ่งที่เราทำให้กับลีก ไม่มีอะไรเทียบได้กับสิ่งที่โคบี้ทำ คนหลายคนหลงลืมกันไปแล้ว เราอยู่ในโลกที่เราต่างไม่รู้ว่ามีใครทำอะไรเพื่อเรามาบ้าง  เราจำวันเวลาก่อนหน้านั้นแทบไม่ได้กันแล้ว ย้อนกลับไป 5 ปี 6 ปี 7 ปี กับสิ่งที่โคบี้ทำ มันคือสิ่งที่กลายเป็นประวัติการณ์ที่ทุกคนต้องจดจำ

ผู้สื่อข่าว: คุณให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงออลสตาร์เบรกว่าเบื่อการถูกนำไปเปรียบเทียบกับเลอบรอน และเรื่องรางวัล MVP แต่คุณก็รู้สึกดี ที่อย่างน้อยสิ่งนี้บอกกับคุณว่าคุณคือผู้เล่นที่คู่ควรแก่การถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์

ดูแรนท์: แฟนๆไม่ได้สนใจเรื่องประวัติศาสตร์อะไรกันหรอก เขาแคร์แค่วันนี้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมวันอื่นๆถึงแตกต่างออกไป พวกเขาไม่แคร์ประวัติศาสตร์ ผมคิดว่าแฟนหลายคนๆเป็นแบบนี้นะ แต่บางคนก็ไม่ใช่ แฟนๆส่วนใหญ่สนแค่สิ่งที่เขาเห็นใน ESPN ในรายการ First Take เขาไม่แคร์ประวัติศาสตร์ แต่ก็มีหลายคนรู้เรื่องราวของโคบี้ ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์ , วิลท์ แชมเบอร์เลน และ แมจิค จอห์นสัน ผมเปิดวิกิพีเดียอ่านทุกวัน เพื่ออ่านเรื่องราวของ  แมจิค จอห์นสัน, เอเดรียน ดันท์เลย์ , คาร์ล มาโลน เวลาผมเห็นพวกเขา ผมจะให้ความเคารพและอยากจะขอความรู้จากพวกเขา ผมสนุกที่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และผู้คนที่แผ้วถางทางให้แก่ผมในวันนี้

ผู้สื่อข่าว: ผมเพิ่งได้คุยกับเดริค ฟิสเชอร์มาก่อนหน้านี้ เขาบอกว่าเขาเห็นความคล้ายคลึงของคุณกับโคบี้ในเรื่องของความสามารถที่มีอยู่รอบด้าน  คุณทำอย่างไรถึงมีได้มีทักษะดั่งกล่าว

ดูแรนท์: ก็ลงไปเล่นในสนามแล้วทำมันทุกอย่าง นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำเพื่อให้ตัวเองรู้สึกภูมิใจในตนเอง โค้ชสก็อต บรู๊คจะให้โอกาสผมอยู่ในสนาม ผมจึงต้องทำงานให้ดี ไม่ว่าจะเล่นสมอลล์บอล เล่นเป็นพ้อยการ์ด เป็นเซ็นเตอร์ ผมก็จะพยายามเล่นมันด้วยวิธีการของผม ดั่งนั่นเวลาผมอยู่ในเกมแล้วเจอสถานการณ์ต่างๆ ผมก็จะพยายามทำงานให้เต็มที่ พยายามเรียนรู้และทำมันให้ดีขึ้นเสมอ

ผู้สื่อข่าว: สไตล์การนำทีมของคุณเป็็็นอย่างไร

ดูแรนท์: ผมพยายามจะเป็นคนที่คอยดึงๆเพื่อนร่วมทีมอยู่เสมอ ถ้าหากผมฝึกซ้อมผมก็จะพาพวกเขามาซ้อมด้วยกัน ผมอยู่กับทีมเสมอ ไม่เว้นแม้แต่นอกสนาม เราก็จะออกไปเที่ยวไปกินด้วยกัน เราอยู่กันเป็นทีม ผมรู้สึกสนุกนะถ้าเห็นเพื่อนร่วมทีมเล่นได้ดี ฟิส (เดริค ฟิสเชอร์)เป็นหนึ่งในคนที่สอนผมเยอะมาก ซึ่งชัดเจนว่าเขาช่วยผมเรื่องการเล่นและความเป็นผู้นำ

ผู้สื่อข่าว: นอกเหนือจากการเป็นแชมป์แล้ว อะไรคือก้าวถัดไปของคุณ

ดูแรนท์: ผมก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเข้ามาในอีก 5 นาทีถัดไป ผมแค่สนุกกับปัจจุบันและพยายามเรียนรู้ คอยสังเกตบางสิ่งบางอย่างภายในเกม และหาวิธีว่าจะทำมันให้ดีขึ้นได้อย่างไร พยายามแก้ไขมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมบอกคุณไม่ได้ในตอนนี้ ว่าผมต้องการทำอะไรให้ดีขึ้น ผมแค่โฟกัสที่วันนี้และทำในสิ่งที่ผมมีอยู่ในตอนนี้ ถ้านี่เป็นช่วงปิดฤดูกาล ผมจะกลับไปนั่งดูว่าอะไรที่ผมควรกลับมาแก้ไขมันให้ดีขึ้นและรอดูว่าแก้ไขเสร็จแล้วมันเวิร์คมั้ย ผมไม่เคยพยายามตั้งเป้ากับอะไรเพียงอย่างเดียว เกมและวิธีการเล่นของผมจำเป็นจะต้องอยู่กับการทำงานหนัก และตอนนี้ผมคิดว่าตัวผมยังห่างไกลจากจุดที่ผมต้องการอยู่อีกเยอะ

ไฮเซนเบิร์ก

12 เมษายน 2557

 

 

Advertisements