miami-heat-2013-champions-NBA-1

น่าเสียดายที่ทีมบาสเกตบอลในเอ็นบีเอ มีโอกาสลุ้นถ้วยกันได้แค่ถ้วยเดียวในหนึ่งปี ไม่เหมือนกีฬาฟุตบอลที่หากคุณพลาดแชมป์ลีก ก็ยังมีลุ้นแชมป์ถ้วยในประเทศ พลาดแชมป์ถ้วยในประเทศ ก็ยังได้ลุ้นแชมป์ทวีป แต่กระนั้นถ้วยเพียงถ้วยเดียวก็ให้ความหมายถึงความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเกียรติยศจากรางวัลนี้ไม่ใช่ใครจะคว้ากันมาง่ายๆ “หนึ่งปีเขามีให้คุณแค่ครั้งเดียวและไม่มีรางวัลปลอบใจ”

การเข้าสู่เพลย์ออฟอารมณ์จึงไม่ต่างจากการที่ลิเวอร์พูลได้ขึ้นสู่ท็อปโฟร์และตีตั๋วไปทัวร์แชมเปี้ยนลีกเพื่อโอกาสในการคว้าถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเป็นทีมสโมสรฟุตบอล เพลย์ออฟสำหรับเอ็นบีเอก็คล้ายกันเพราะมันหมายถึงเครื่องการันตีว่าทีมคุณคือทีมระดับคู่ท้าชิง (contender) ทีมที่มีฝีมือพอจะเป็นผู้ชนะ และยิ่งถ้าคุณทำอันดับได้ดี คุณก็จะได้เปรียบจากสิทธิ์เจ้าบ้านในการแข่งซีรี่ส์เพลย์ออฟ หลายทีมจึงแต่งทัพมาให้พร้อมไม่ว่าจะด้วยฟรีเอเจ้นท์หรือการเทรดเพื่อโอกาสในการทำอันดับและลุ้นแชมป์ แต่นอกเหนือจากโอกาสลุ้นแชมป์แล้วสิ่งที่จะได้ตามมาคงหนีไม่พ้นเรื่องเงินๆทองๆ ที่กระตุ้นให้หลายๆทีมโชว์ผลงานให้ดีที่สุดในการเล่นฤดูกาลปกติเลยไปถึงโพสซีซั่น

สิ่งที่ทำให้ฤดูกาลปกติและเพลย์ออฟมีความหมายขึ้นมาพอหายเหนื่อย คือเรื่องของเงินโบนัส ซึ่งเอ็นบีเอกำหนดตัวเงินขึ้นมาตั้งแต่ปี 1982 เป็นจำนวนเงิน 1.5 ล้านเหรียญ (ประมาณ 48 ล้านบาท) ไล่มาจนถึงปัจจุบัน เพลย์ออฟปี 2013 ที่วงเงินโบนัสถูกกำหนดอยู่ที่ 13 ล้านเหรียญหรือประมาณ 416 ล้านบาท เพื่อจัดแบ่งให้แก่ทีมที่อยู่ในเกณฑ์ดังต่อไปนี้

ทีมที่สถิติดีที่สุดในลีก: 374,974 เหรียญ (ประมาณ 12 ล้านบาท)

ทีมที่สถิติดีที่สุดในคอนเฟอเรนซ์: 328,078 เหรียญ (ประมาณ 9.8 ล้านบาท)

สถิติอันดับ 2 ในคอนเฟอเรนซ์: 263,695 เหรียญ (ประมาณ 8.4 ล้านบาท)

สถิติอันดับอันดับ 3 ในคอนเฟอเรนซ์: 196,848 เหรียญ (ประมาณ 6.2 ล้านบาท)

สถิติอันดับอันดับ 4 ในคอนเฟอเรนซ์: 154,701 เหรียญ (ประมาณ 4.9 ล้านบาท)

สถิติอันดับอันดับ 5 ในคอนเฟอเรนซ์: 128,906 เหรียญ (ประมาณ 4.1 ล้านบาท)

สถิติอันดับอันดับ 6 ในคอนเฟอเรนซ์: 87,921 เหรียญ (ประมาณ 2.8 ล้านบาท)

ทีมที่เข้าสู่รอบแรกเพลย์ออฟ: 194,016 เหรียญ (ประมาณ 6.2 ล้านบาท)

ทีมที่เข้าสู่รอบรองชนะเลิศคอนเฟอเรนซ์: 230,853 เหรียญ (ประมาณ 7.3 ล้านบาท)

ทีมที่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคอนเฟอเรนซ์: 381,482 เหรียญ (ประมาณ 12 ล้านบาท)

ทีมที่แพ้รอบชิงชนะเลิศ: 1,525,515 เหรียญ (ประมาณ 48 ล้านบาท)

ทีมชนะเลิศ: 2,302,232 เหรียญ (ประมาณ 73 ล้านบาท)

โดยเงินโบนัสดั่งกล่าวบางทีมจะจัดแบ่งให้แก่หน่วยงานในทีมเท่ากันๆ ทั้งตัวผู้เล่น ทีมโค้ช ทีมเทรนเนอร์หรือทีมงานอื่นๆในทีม หรือบางทีมอาจจะจัดแบ่งให้ตามความสำคัญของหน่วยงานภายในทีม บางครั้งก็อาจจะให้แก่ผู้เล่นที่ถูกตัดตัวทิ้งไปในระหว่างฤดูกาล ซึ่งเงินโบนัสดังกล่าวหากไล่เรียงดูแล้วแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้วอย่างไมอามี่ ฮีทก็เพิ่งคว้าไปเหนาะๆ 3,811,608 เหรียญ หรือ ประมาณ 120 ล้านบาท (ทีมที่สถิติดีที่สุดในลีก+ทีมที่สถิติดีที่สุดในคอนเฟอเรนซ์+ทีมที่เข้าสู่รอบแรกเพลย์ออฟ+ทีมที่เข้าสู่รอบรองชนะเลิศคอนเฟอเรนซ์+ทีมที่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคอนเฟอเรนซ์+ทีมชนะเลิศ)

ปีนี้รายละเอียดส่วนแบ่งยังไม่มีการประกาศออกมา แต่เงินโบนัสดังกล่าวจะถูกปรับขึ้นให้อยู่ในวงเงิน 14 ล้านเหรียญ (448 ล้านบาท) แต่ไม่ว่าอย่างไรมันคงจะเทียบไม่ได้กับค่าเรตติ้งทีวีหรือค่าโฆษณา ไหนจะค่าตั๋วเข้าชมและการซื้อเสื้อผ้าของที่ระลึกจากแฟนๆที่เป็นรายได้อันมหาศาลสำหรับทีมที่เข้าสู่เพลย์ออฟ

ในส่วนของผู้เล่น แน่นอนว่าในเพลย์ออฟนั้นเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ใครฟอร์มระห่ำหน่อยก็เด่นดังได้ทันที ไม่ต้องพึ่งพาความคงเส้นคงวาเหมือนในฤดูกาลปกติ หากคนไหนมีข้อระบุเรื่องเงินอัดฉีดอยู่ในสัญญาด้วยแล้ว เงินก็จะลอยเข้ากระเป๋าไปพร้อมๆกับส่วนแบ่งจากโบนัสของทีมไปอย่างไม่ต้องสงสัย แถมบางคนอาจมีแบรนด์ต่างๆ มาจับเซ็นสัญญาให้แก่สินค้าของตนเอง กลายเป็นการได้เงินไปอีกทางหนึ่ง

โดยเม็ดเงินเท่าที่กล่าวมาสุดท้ายก็คือแรงจูงใจที่ทำให้เพลย์ออฟและการเข้าสู่เพลย์ออฟนั้นเข้มข้นขึ้น เพราะไม่ว่าทีมไหนหรือผู้เล่นคนใดก็อยากได้ทั้งถ้วยและเงิน และที่มันสำคัญก็เพราะ “เงินคือสัญลักษณ์ของกีฬาอาชีพ” ด้วยอาชีพนักกีฬานั้นสั้นนัก หากนักบาสคนไหนมีโอกาสจะได้เข้าเพลย์ออฟมากอบโกยเงินทอง ก็คงต้องขอสู้ตายกันหน่อยล่ะครับงานนี้

18 มีนาคม 2557

ไฮเซนเบิร์ก

Advertisements