NEW YORK, NY - OCTOBER 04:  NBA Commissioner David Stern speaks at a press conference after NBA labor negotiations at The Westin Times Square on October 4, 2011 in New York City. Stern announced the NBA has canceled the remainder of the preseason and will cancel the first two weeks of the regular season if there is no labor agreement by Monday.  (Photo by Patrick McDermott/Getty Images)

ผมก็เป็นคนนึงที่ยอมรับว่ารู้จักท่านประธาน NBA คนนี้น้อยกว่านักบาสดังๆทั้งหลายอย่างแน่นอน เพราะตลอดเวลาก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจท่าน นอกจากกรณีสั่งห้ามเทรดคริส พอลมาเลเกอร์ส ก็ไม่ค่อยรู้ว่าท่านสเทิร์นได้ทำความดีอะไรมาบ้าง  แต่จนถึงวันสุดท้ายของการทำงานตลอดระยะ 28 ปี ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ คงต้องยอมรับว่าจากนักศึกษากฎหมายสู่บุคคลผู้เป็นผู้บุกเบิกให้ลีกบาสเกตบอลอเมริกันยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ย่อมเป็นสิ่งที่น่านำมากล่าวถึง บทความนี้จึงอยากจะพูดถึง 10 เหตุการณ์ใหญ่ๆที่สเทิร์นได้สร้างไว้ให้แก่ NBA

Lin-reno

1.ก่อตั้ง D-League (ลีกพัฒนาผู้เล่น)

เจเรมี่ หลิน , แดนนี่ กรีน , แมทท์ บาร์น , ซี.เจ.วัตสัน ฯลฯ เหล่านี้คือเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของดีลีก ที่นอกจากมันจะเป็นที่ทางให้นักบาสที่อกหักจากเอ็นบีเอทั้งหลายยังได้ทำมาหากินแล้ว มันยังสามารถผลิตนักบาสคุณภาพออกมาได้ตามชื่อของลีก โดยนับตั้งแต่เดวิด สเทิร์นก่อตั้งมันในปี 2001 จำนวนทีม 8 ทีม จนถึงทุกวันนี้ 16 ทีม ดีลีกก็ยังจะทำหน้าที่ของมันเพื่ออนาคตของนักบาสเกตบอลและ NBA ได้ต่อไปในอนาคต

barclays-center

2.การอนุมัติการย้ายเมืองของทีมต่างๆ

ตั้งแต่สเทิร์นเข้ามากุมบังเหียนในปี 1985 จนถึงทุกวันนี้มีทีมที่ย้ายเมืองและรัฐแล้วด้วยกัน 5 ทีม ซึ่งจุดประสงค์หลักๆของการอนุมัติย้ายเมืองที่ผ่านมาของสเทิร์น นั้นมีส่วนสำคัญให้ตลาดบาสเกตบอล NBA โตขึ้นกว่าเดิม เพราะหลายๆทีมนั้นย้ายจากเมืองที่มีตลาดเล็กๆ สู่เมืองที่มีตลาดที่ใหญ่กว่า เช่น แคนซัสซิตี้ คิงส์ ที่ย้ายมาเป็นซาคราเมนโต้ คิงส์ หรือล่าสุดอย่างนิวร์เจอร์ซี่ส์ เน็ตส์ ที่ย้ายมาอยู่ใน บรู๊คลิน ซึ่งส่งผลที่ดีต่อภาพรวมในทางธุรกิจของลีก

team-photo

3.ดรีมทีม

ก่อนหน้าที่โอลิมปิคปี 1992 จะเริ่มต้นขึ้น นักบาสทีมชาติอเมริกาส่วนใหญ่จะมาจากดาวดังในระดับ คอลเลจ นักบาสทีมชาติและนักบาสอาชีพจึงแทบจะเป็นอะไรที่แยกขาดจากกัน กระทั่งโอลิมปิคปี 1988 (กรุงโซล, เกาหลีใต้) สหรัฐทำผลงานได้ดีเพียงแค่เหรียญทองแดง แม้เดวิด สเทิร์นจะยังไม่เห็นด้วยในตอนแรกแต่ต่อมา สเทิร์นก็ตกลงรับคำขอกับทางทีมชาติ เรื่องการปล่อยตัวนักบาสอาชีพดังๆใน NBA ในเวลานั้น อาทิ ไมเคิล จอร์แดน , แมจิค จอห์นสัน , จอห์น สต็อคตัน , แพทริค อีวิง ฯลฯ ให้ได้ออกมารับใช้ชาติ จนนิตยสารกีฬาชื่อดังอย่างสปอร์ตอิลลัสสเตรทต้องตั้งชื่อเล่นให้ทีมชาติชุดนั้นว่า “ดรีมทีม” หรือทีมในฝันซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้เวลาต่อมา อเมริกายังคงเพิ่งพานักบาสระดับซุปเปอร์สตาร์ เพราะมันดังเป็นพลุแตก และบาสทีมชาติสหรัฐก็กลายเป็นทีมที่ไร้เทียมทานและยากจะหาใครต่อกรได้มานับแต่นั้น (มีแค่โอลิมปิคปี 2004 ครั้งเดียวที่แพ้อาร์เจนตินาในรอบรองชนะเลิศ) แม้ทุกวันนี้สเทิร์นจะแสดงความคิดเห็นอยากให้นักบาส NBA อายุต่ำกว่า 23 เท่านั้นที่สามารถรับใช้ชาติได้ แต่ก็ต้องนับถือว่าการตัดสินใจของสเทิร์นมีส่วนในการก่อร่างปรากฏการณ์ทางสังคม ที่กลายมาเป็นเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในวงการบาสเกตบอลอเมริกัน

nba-players-suits

4.การเปลี่ยนกฏต่างๆ

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาลีก พัฒนาผู้เล่นและเกมการแข่งขัน ตลอดระยะเวลาที่ สเทิร์นดำรงตำแหน่ง เขาได้ปรับเปลี่ยนกฎต่างๆมาแล้วมากมาย ทั้งที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และคำชม แต่ที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ คือเรื่องการเพิ่มกรรมการจาก 2 คนเป็น 3 คนในปี 1988 ปี 2001 สเทิร์นพยายามทำให้เกมรับสามารถตั้งโซนได้ จากเดิมที่ต้องตั้งรับแบบหาตัวประกบ (man-to-man) ทำให้เกิดกฏ 3 seconds violation ตามมา  ปี 2005 สเทิร์นออกกฎเรื่องการแต่งกายใส่สูทอย่างเป็นทางการของนักกีฬาและโค้ช ทุกครั้งที่มีการแข่งขันตั้งแต่เข้า-ออกสนาม ให้สัมภาษณ์ ไล่ไปถึงผู้เล่นที่ถูกพักจากการบาดเจ็บที่ต้องแต่งกายใส่สูทให้เหมาะสมเมื่อมานั่งที่ข้างสนาม ซึ่งถือเป็นกฎที่ NBA เป็นคนกำหนดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์กีฬาอเมริกัน  ปี 2006 สเทิร์นออกกฎให้ผู้เล่นที่จะเข้าสู่การดราฟได้ต้องอายุ 19 ปีขึ้นไป เพื่อสนับสนุนให้นักบาสรุ่นใหม่ๆได้มีโอกาสให้ตัวเองรับการศึกษาวิชาชีพอื่นๆ ไว้รองรับชีวิตหลังรีไทร์จากอาชีพนักบาสเกตบอล และสุดท้ายคงหนีไม่พ้นการออกกฎสั่งลงโทษผู้เล่นที่แกล้งพุ่งล้มในสนามที่หลายๆคนคงพอจะคุ้นกันดี

artest

5.แบนสตาร์

สิ่งหนึ่งที่เดวิด สเทิร์นนั้นให้ความสำคัญ คือการทำตามบทลงโทษที่ตนเองสร้างขึ้นอย่างเคร่งครัด มี NBA สตาร์จำนวนไม่น้อยที่ถูกสเทิร์นนั้นจัดการโดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียง เช่น กรณี กิลเบิร์ต อารีน่าจ่อปืนใส่เพื่อนร่วมทีมพัก 50 เกม กรณีวิวาทกับคนดูของรอน อาเทสท์ (เมตตา เวิลด์ พีช) พัก 73 เกม ซึ่งแม้บางการลงโทษจะกลายเป็นเรื่องใหญ่และทำให้ชีวิตนักบาสเกตบอลอาชีพในอเมริกาแทบจะสิ้นสุดลง แต่บางครั้งก็เป็นการช่วยชีวิตและให้สติแก่นักบาสที่หลงเดินทางผิดไป ยกตัวอย่างกรณี ไมเคิล เรย์ ริชาร์ดสัน การ์ดยุค 80 ที่ถูกตรวจพบว่ามีความผิดเรื่องสารเสพติดถึง 3 ครั้ง จนถูกสเทิร์นสั่งแบนออกจากลีกไปตลอดชีวิต แต่ริชาร์ดสันกลับบอกว่า เขาเคยคุยกับสเทิร์นว่าสเทิร์นได้ช่วยชีวิตเขาไว้ ให้เขาหันกลับมามีชีวิตที่ดีต่อไปได้ และเขาก็ไม่เคยโกรธแค้นสเทิร์นเลยแม้แต่น้อย

nba_g_lockout_ends_b3_576

6.NBA ล็อคเอ้าท์

กรณีล็อคเอ้าท์ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้เหล่าบรรดาเจ้าของทีมกีฬาและนักกีฬาได้มีโอกาสทำข้อตกลงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย โดยล็อคเอ้าท์ ใน NBA เกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง และทั้ง 4 ครั้งต่างเกิดขึ้นในสมัยที่เดวิด สเทิร์นดำรงตำแหน่งและเป็นผู้กำกับดูแล (1995 , 1996 , 1998-99 , 2011)

NBA-League-Pass-Australia-2013

7.ไลฟ์ทีวีและเว็บไซด์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความโด่งดังของบาสเกตบอลอเมริกันหลักใหญ่ของมันเกิดจากสัญญาณโทรทัศน์ที่แพร่ภาพไปทั่วโลก ก่อนหน้าที่เดวิด สเทิร์นจะเข้ามารับหน้าที่ประธาน การชม NBA จะมาจากการบันทึกเทปและออกอาการต่อมาในคืนนั้น แต่หลังจากที่สเทิร์นเข้ามา การเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับช่องทีวีต่างๆ จนบาสเกตบอลได้รับการถ่ายทอดสด ก็ทำให้หลังจากนั้นบาสเกตบอลได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนทุกมุมโลก เกมบาสเกตบอล NBA ถูกแพร่ภาพไป 215 ประเทศ 47 ภาษา และสิ่งที่ตามมาต่อจากยุคของทีวีก็คือเว็บไซด์ต่างๆของ NBA รวมไปถึงลีกพาส ช่องทางรับชมบนอินเตอร์เนต ที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น จน NBA ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ซึ่งนำไปสู่การพาทีมใน NBA ออกไปเล่นตามประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก ซึ่ง NBA ถือเป็นลีกอาชีพลีกแรกในอเมริกาที่สามารถนำกีฬาของตนออกไปเล่นนอกประเทศได้

image

8.ขยายลีก

ในปี 1985 ที่สเทิร์นเข้ามาดำรงตำแหน่ง NBA มีทีมอยู่ในลีกเพียง 23 ทีมแต่ 28 ปีต่อมา NBA มีทีมอยู่ทั้งสิ้น 30 ทีม และมีท่าทีว่าถ้าความนิยมของ NBA เพิ่มสูงขึ้น แนวโน้มการเพิ่มทีม เพิ่มโอกาสให้คนได้เข้ามาเล่นกีฬาบาสเกตบอลอาชีพมากขึ้น ก็มีทางเป็นไปได้ในอนาคต

nba-draft-lottery3

9.การสร้างระบบดราฟล็อตเตอรี่

ก่อนหน้าที่สเทิร์นจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง การดราฟสมัยก่อนจะให้ทีมสถิติแย่สุดได้ดราฟอันดับ 1 ไปเลย แล้วทีมอื่นก็จับต่อกันไปตามสถิติแย่สุดลงไปหาทีมดีสุด โดยจะมีตัวเลือกตรงที่ทีมสามารถดราฟนักบาสในท้องถิ่นของตนเข้าทีมได้ แต่จะเสียสิทธิ์ดราฟรอบแรกไป (Territorial picks) ต่อมามีการเปลี่ยนมาใช้วิธีการโยนเหรียญเสี่ยงทายหัวก้อยรับดราฟอันดับ 1 สำหรับ 2 ทีมที่มีสถิติแย่สุดในลีก (coin flip)  กระทั่งสเทิร์นเข้ามาดำรงตำแหน่ง ระบบดราฟแบบล็อตเตอรี่จึงเกิดขึ้นและถูกปรับเปลี่ยนพัฒนามาให้เกิดระบบการถ่วงดุลที่ยุติธรรมขึ้น จนกลายมาเป็นระบบ 14 ทีมล็อตเตอรี่อย่างเช่นที่เห็นกันในปัจจุบัน

la-sp-sn-stern-nba-20121025-001

10.ความเป็นนักคิดในโธุรกิจ

หัวข้อนี้อาจจะไม่ใช่เหตุการณ์ แต่ก็เป็นสิ่งที่สเทิร์นได้สร้างไว้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในแง่ของธุรกิจกีฬา เพราะต้องยอมรับว่าแม้สเทิร์นจะศึกษามาทางด้านกฎหมาย แต่สเทิร์นกลับเป็นคนที่มีความคิดทางด้านธุรกิจที่เฉียบแหลม หากจะย้อนไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วทีมใน NBA 23 ทีมมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 400 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบัน NBA ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 30 ทีมหากจะประเมินมูลค่าในตอนนี้นั้นสูงถึง 1.2 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 3.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 30 เท่าตัว ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขไม่เคยโกหกศักยภาพในโลกธุรกิจของใคร

ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ ที่เป็นหมุดหมายสำคัญที่สเทิร์นได้สร้างไว้ให้แก่วงการบาสเกตบอลอเมริกัน ทั้งลีก WNBA หรือ การก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือสังคมอย่าง NBA Cares แม้ที่ผ่านมาอาจมีบางเรื่องราวหรือนโยบายต่างๆของสเทิร์นที่อาจเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ แต่อย่างไรเสียคงต้องยอมรับว่า NBA มาได้ถึงทุกวันนี้คงไม่ใช่เพราะใครนอกจากเดวิด สเทิร์นชายผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นตำนานเหนือผู้เล่นคนใด เท่าที่ NBA เคยมีมา

(ข้อมูลส่วนหนึ่งจากบลีชเชอร์รีพอร์ท)

7 กุมภาพันธ์ 2556

ไฮเซนเบิร์ก

Advertisements