nba_g_goldsteinj_576

หากใครได้ติดตามชมการแข่งขันเอ็นบีเออยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเกมที่เกิดขึ้นในลอสแองเจลิสและในช่วงเพลย์ออฟ ถ้าลองสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีคาวบอยรุ่นเดอะคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างคอร์ทพร้อมกับสาวสวย และแทบทุกเกมที่เกิดขึ้นในแอลเอกับเพลย์ออฟ กล้องก็มักจะจับภาพผู้ชายคนนี้เพื่อย้ำว่าเขามาถึงแล้วนะ นักบาสในเอ็นบีเอทุกคนรวมถึงสื่อมวลชนทุกสำนักต้องรู้จักเขา บางคนต้องมาขอถ่ายรูปคู่ไปเป็นที่ระลึก ยิ่งนักบาสบางคนที่เสพติดแฟชั่นยิ่งต้องหาทางเข้าหา เพราะในอเมริกาผู้คนจะรู้จักผู้ชายคนนี้จากบาสเกตบอล แต่ในยุโรปผู้คนรู้ว่าเขาคือคอแฟชั่นชั้นดี ดเวนย์ เหวดถึงขนาดมีรูปผู้ชายคนนี้ขึ้นบนอกเสื้อ เดวิด สเทิร์นประธานเอ็นบีเอเคยบอกว่า เขาคือนักลงทุนกับตั๋วชมการแข่งขันรายใหญ่ที่สุดในโลก และเขาคือแฟนเอ็นบีเอที่แต่งตัวได้สะเด็ดสะเด่าที่สุด และที่สำคัญคือถึงแม้เขาจะนั่งชมลอสแองเจลิส เลเกอร์สแทบทุกเกม แต่เขาไม่เคยเชียร์เลเกอร์สเลยสักครั้ง

จิมมี่ โกลด์สตีน คือเศรษฐีนักอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังในลอสแองเจลิส ชายวัย 70 ผู้คลั่งไคล้ในแฟชั่น สถาปัตยกรรมและบาสเกตบอล  จิมมี่ เป็นบุตรชายของเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในมิลวอร์คกี้ เขาเริ่มดูกีฬาบาสเกตบอลตั้งแต่อายุ 10 ขวบ นั่นทำให้รักแรกของจิมมี่คือทีม มิลวอกี้ ฮอร์คส์ (ปัจจุบันคือแอตแลนต้า ฮอร์คส์) โดยจิมมี่เคยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาชอบเล่นบาสเกตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ เขาชอบการได้นั่งดูนักบาสเก่งๆ สังเกตุการเล่นและความแข็งแกร่งปราดเปรียวในแบบฉบับของนักบาส สมัยจิมมี่ยังเด็กๆ การจะรับชมบาสเกตบอลหรือติดตามข่าวยังเป็นเรื่องที่ทำกันได้ยาก ฉะนั้นการที่เด็กคนหนึ่งจะได้ดูบาสคือต้องเข้าไปที่สนามโดยตรง นั่นทำให้เกมแรกที่จิมมี่ได้ดูมิลวอร์คกี้ ฮอร์คส์ ทีมบ้านเกิดเล่น เขาจึงตกหลุมรักบาสเกตบอลเอ็นบีเอมาตั้งแต่นั้น แม้ภายหลังทีมโปรดอย่างมิลวอร์คกี้ ฮอร์คส์จะต้องย้ายไปจากบ้านเกิดในปี 1955 จิมมี่ก็ยังรักการชมบาสเกตบอลเอ็นบีเอไม่เสื่อมคลาย เพียงแต่หลังจากนั้นเขาจะตามชมทีมในเอ็นบีเอทั้ง 30 ทีม บินจากเมืองหนึ่งไปหยั่งอีกเมืองหนึ่งเพื่อเกาะติดขอบสนาม และเรียกตัวเองว่า “NBA fan” เพราะเขาไม่มีทีมโปรดอีกต่อไป

ด้วยความคลั่งไคล้ต่อกีฬาบาสเกตบอลทำให้จิมมี่ขวนขวายจนได้มาทำงานเป็นเด็กจดบันทึกสถิติให้เอ็นบีเอด้วยวัยเพียง 15 ปี พ่วงด้วยการรับจ๊อบเป็นผู้ประกาศเกมการแข่งขันผ่านทางวิทยุ งานที่ทำให้เขาซึมซับกับบรรยากาศข้างคอร์ทบาสเป็นครั้งแรก บรรยากาศที่ทำให้จิมมี่ตกหลุมรักและเลือกจะนั่งชมเกมอยู่บริเวณนั้นมาจนถึงทุกวันนี้

จุดเริ่มต้นของการย้ายมาเชียร์บาสในลอสแองเจลิสเกิดจาก จิมมี่มาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียลอสแองเจลิส (UCLA) ในปี 1960 และหลังเรียนจบก็หันเหตัวเองเข้าสู่การทำธุรกิจด้านอหังสาริมทรัพย์จนร่ำรวย แต่ก็ยังหมั่นมาชมการแข่งขันอยู่เสมอ โดยจิมมี่บอกเกมแรกที่เขารีบมาดูทันทีที่ย้ายมาที่ลอสแองเจลิสคือเกมระหว่าง เลเกอร์สกับโกลเด้นท์ สเตทวอร์ริเออร์ และโดยไม่ต้องคิดนาน จิมมี่เลือกที่จะเชียร์วอร์ริเออร์

เหตุผลสำคัญที่ทำให้จิมมี่เลือกจะไม่เชียร์เลเกอร์สเพราะเลเกอร์สคือทีมคู่ปรับของ มิลวอร์คกี้ ฮอร์คส์ มาตั้งแต่สมัยเขาเริ่มดูบาส ความรักที่จิมมี่มีให้แก่ฮอร์คส์นั้นยังไม่เสื่อมสลายลง แม้ฮอร์คส์จะย้ายจากเมืองหนึ่งไปหยั่งอีกเมืองหนึ่งจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่จิมมี่ยังจำได้ว่าเลเกอร์สคือทีมที่เขาอยากให้แพ้อยู่ตลอดเวลา เขาไม่มีทางจะเชียร์เลเกอร์สถึงแม้ตัวเองจะมาเรียนและใช้ชีวิตอยู่ในแอลเอ  และนับวันจิมมี่ก็ยิ่งแน่ใจว่าตัวเองเป็นพวก anti-lakers (ต่อต้านเลเกอร์ส) แน่นอน จิมให้ความเห็นว่าเขามักจะชอบเชียร์ทีมที่เป็นรองทุกประตูทุกครั้งที่ชมกีฬา แต่เลเกอร์สนั้นตรงกันข้าม เพราะเลเกอร์สเป็นทีมเต็งที่ได้เข้าชิงและเป็นแชมป์บ่อยเกินไป จิมไม่ชอบเลเกอร์สตรงที่เลเกอร์สชอบดึงตัวซุปเปอร์สตาร์จากทีมอื่นมาเข้าทีม ทำให้ลีกเสียสมดุลเพราะนักกีฬาเก่งๆดันมากองอยู่ที่ทีมทีมเดียวเสียแล้ว และที่สำคัญคือราคาค่าตั๋วเข้าชมเกมบริเวณข้างคอร์ท (Court-side seat ) หากซีซั่นไหนเลเกอร์สมีผลงานที่ดี ซีซั่นต่อมาราคาจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเสมอ

“จาก 15 เหรียญของผม (ประมาณ 450 บาท) เดี๋ยวนี้มันขึ้นไปถึง 2,800 ร้อยเหรียญ (ประมาณ 84,000 บาท)ต่อเกม ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมต้องไปช่วยทีมที่ผมรู้ว่าความสำเร็จของพวกเขามาจากการผลาญเงินของผมด้วย”

ปฏิกิริยารอบข้างของแฟนๆเลเกอร์สที่มีต่อจิมมี่ ก็มักจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตามประสา แต่ด้วยความที่แฟนกีฬาในอเมริกานั้นน่ารักกว่าแฟนฟุตบอลไทยลีกเป็นไหนๆ ส่วนใหญ่เวลาเลเกอร์สชนะ จิมมี่บอกว่าแฟนๆเลเกอร์สจะแอบมากระแซะซ้ำเติมกันแบบขำๆ หากแพ้ก็เป็นทีของเขาบ้างที่จะได้ซ้ำเติมกลับ ซึ่งก็เป็นเรื่องสนุกสนานกันไปในสนาม ส่วนตัวบุคลากรของเลเกอร์ส จิมบอกว่าไม่เคยมีปัญหากับ เจอร์รี่ บัสส์ เลย(เจ้าของผู้ล่วงลับ) แถมยังรักกันมาก ดร.บัสส์นั้นมักจะฮาด้วยซ้ำที่จิมแสดงท่าทีกวนประสาทเวลาชมเลเกอร์ส แต่ถ้าหากถามถึงฟิล แจ็คสัน จิมยอมรับว่าตอนบิ๊กฟิลอยู่ชิคาโก้ บูลส์ความสัมพันธ์ตอนนั้นเป็นไปด้วยดี แต่พอบิ๊กฟิลย้ายมาที่เลเกอร์สเท่านั้นแหละทั้งสองก็เริ่มเย็นชาใส่กัน ส่วนโคบี้นั้น จิมมี่บอกซี้ย่ำปึ๊ก เพราะโคบี้มักจะเข้ามาทักทายอยู่เป็นประจำ

ย่างเข้าใกล้ฤดูกาลของการแข่งขันกันอีกครั้ง สิ่งหนึ่งที่ทำให้การเชียร์กีฬาสนุกขึ้นไปอีก ส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะการได้คุยโวหรือกวนประสาทกองเชียร์ฝั่งตรงข้าม หากไม่มีการล้ำเส้นหรือความรุนแรง

การเชียร์เกมกีฬาของ จิมมี่ โกลด์สตีนถือเป็นสีสันและเรื่องปกติธรรมดาของคอกีฬาโดยทั่วไป ที่ชอบจะเชียร์ทีมที่อ่อนกว่า และจริงๆการที่มีคนเกลียดทีมใหญ่เยอะๆ ก็ยิ่งทำให้คนที่เชียร์ทีมใหญ่รู้สึกมันส์เข้าไปอีก เพราะไม่มีอะไรน่าลุ้นไปกว่าการรักษาบัลลังก์หรือทวงบัลลลังก์ของทีมโปรด การเชียร์จะสนุกคูณสอง เมื่อทีมของเราต้องชนะและลบคำสาปแช่งจากของกองเชียร์ฝั่งตรงข้ามให้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นอีกมุมมองหนึ่งในการเชียร์กีฬาให้สนุกขึ้น

จิมมี่ โกลด์สตีนหาว่าเลเกอร์สเป็นพวกได้แชมป์เกินเหตุแถมชอบซื้อสตาร์ ถ้าผมตอกกลับได้คงจะบอกว่า ดูเอาดีๆเหอะลุง ว่าเราซื้อแมจิค จอห์นสัน กับ โคบี้ ไบรอันท์มาหรือเปล่า กฎเรื่องเพดานจ้างในกีฬาอเมริกันก็อธิบายได้อยู่แล้ว ว่าเลเกอร์สไม่มีทางเป็นได้เหมือนทีมฟุตบอลอย่าง รีล มาดริด ยังไงก็เอาสตาร์มาได้ไม่กี่ตัวหรอกลุง  ที่เป็นแชมป์มาเพียบก็เพราะเลือกใช้คนได้ถูกที่ถูกเวลา และก็ไม่ใช่ว่าจะได้แชมป์กันทุกปี เกลียดทีมผมนัก ลุงก็ทำทีมมาแข่งกับทีมผมเลยดีกว่ามั้ย เจอกันได้ทุกเมื่อ 55

20 กันยายน 2556

ไฮเซนเบิร์ก

Advertisements