grant_gsw_unis_d1_640

จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากพูดถึงมาตั้งแต่เห็นครั้งแรก แต่ก็รอดูมาเรื่อยว่าไอ้เจ้าเสื้อบาสแขนสั้นที่ NBA อนุญาตให้ adidas เอามาให้นักบาสบางทีมได้ลองใส่ ทั้งตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ลามไปถึงช่วงซัมเมอร์ลีก ที่เห็นเมื่อไหร่ก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่มันจะเลิกผลิต

แต่ยังไม่ทันที่ความคิดผมจะได้คำตอบ ล่าสุดกลับมีข่าวออกมาว่าจะมี 5 ทีมที่ได้ใส่เจ้าเสื้อตัวนั้นเล่น 12 เกมในระหว่างฤดูกาลปกติที่จะมาถึง และกว่า 20 ทีมต้องใส่มันอย่างน้อย 1 ครั้ง ทั้งคาดว่าเกมสำคัญในวันคริสต์มาส ทีมที่แข่งก็ต้องใส่มันลงเล่น..!

NBA และ adidas ยังมีสัญญาเรื่องชุดการแข่งขันไปถึงปี 2017 และไม่มีแนวโน้มว่าจะเลิกผลิตเสื้อบาสประหลาดๆเหล่านั้น โดย นายแพทริค นิลส์สัน ประธานกรรมการบริหาร adidas ในอเมริกายังเชื่อมั่นจะเดินหน้าทำเสื้อน่าเกลียดๆเหล่านั้นออกมาให้นักบาสเอ็นบีเอได้ใส่กันอีกครั้ง โดยให้เหตุผลถึงการทดลองตลาดให้เกิดความคุ้นเคยกับสินค้า การพัฒนาเทคโนโลยีของเจอร์ซี่ส์ที่เหมาะแก่การเคลื่อนไหว แต่จุดมุ่งหมายสำคัญคือยอดขายที่จะได้จากเสื้อดั่งกล่าว โดยทาง adidas ให้เหตุผลว่า การปรับเปลี่ยนจากเจอร์ซี่ส์ที่เป็นเสื้อกล้ามให้มีลักษณะเป็นเสื้อยืด จะทำให้แฟนๆสามารถตัดสินใจซื้อไปใส่ในชีวิตประจำวันได้ง่ายกว่า เพราะคนทั่วไปย่อมไม่คุ้นเคยกับการใส่เสื้อกล้ามไปไหนมาไหน การเปลี่ยนจากเสื้อกล้ามให้กลายเป็นเสื้อยืดดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากแฟนๆจะได้ใส่เสื้อตัวเดียวกับทีมโปรดแล้ว พวกเขายังใส่ออกจากบ้านไปได้ทุกที่

ฝ่ายทางด้าน NBA ที่จัดการโดยนาย Sal LaRocca รองประธานบริหารฝ่ายสินค้า ก็ยังให้การสนับสนุนความคิดของ adidas โดยบอกกับทาง ESPN ไปเมื่อเดือนก่อนถึงความคิดดั่งกล่าว

“ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยอดขายเจอร์ซี่ส์เสื้อกล้ามกำลังเติบโตไปทั่วโลก แต่เรารู้ว่าคนส่วนใหญ่สะดวกจะใส่เสื้อยืดมากกว่าเสื้อกล้าม ดั่งนั้นไอเดียที่ว่าฐานลูกค้าของเราจะสนใจการใส่เจอร์ซี่ส์ที่มีแขนเสื้อดูจะสมเหตุสมผลและเป็นไปได้”

นั่นคือเหตุผลที่ adidas และ NBA มีตรงกัน เหตุผลที่เกี่ยวกับธุรกิจล้วนๆไม่เกี่ยวกับความเห็นของบรรดาเหล่านักบาสที่ได้ลองสวมใส่มัน ฉะนั้นลองมาดูความเห็นของนักบาสดูบ้างว่าพวกเขาคิดกันอย่างไร

เริ่มจาก รอย ฮิบเบิร์ต เซ็นเตอร์ดาวรุ่งของอินเดียน่า เพเซอร์ ที่มีปฏิกิริยาตอบกลับทันทีในทวิตเตอร์ หลังรู้ว่าเพเซอร์ต้องใส่เสื้อเหล่านั้นในซัมเมอร์ลีก โดยฮิบเบิร์ตให้ความเห็นสั้นๆว่า

“เอามันไปไกลๆเลย”

ออร์แลนโด้ จอห์นสัน ชู้ตติ่งการ์ดจากเพเซอร์ก็เพิ่งให้ความเห็น หลังได้ลองสวมใส่ในช่วงซัมเมอร์ลีก

“มันไม่ดีเอามากๆ พวกเขาไม่ควรทำเจอร์ซี่ส์ที่ไม่เคยทำประเภทนี้ เข้ามาในการแข่งขัน มันเหมือนเสื้อยืดที่เอาไว้ใส่ซ้อม มันไม่ใช่เจอร์ซี่ส์บาสเกตบอล”

เคนเดล มาร์แชล พ้อยการ์ดของ ฟีนิกซ์ ซันส์ก็ถึงกับภาวนาผ่านทวิตเตอร์ หลังจากรู้ว่าจะมี 5 ทีมที่ได้ใส่เสื้อเหล่านั้นในฤดูกาลที่จะถึง

“ได้โปรดอย่าเป็นทีมเราเหอะนะ”

แต่หากจะให้ย้อนกลับไปถึงทีมที่ใส่มันเป็นทีมแรกและผู้เล่นที่ออกมาป่าวประกาศชัดเจนว่ามัน “น่าเกลียด” คงจะหนีไม่พ้น สตีเฟ่น เคอร์รี่ จาก โกลเด้นท์ สเตท วอร์ริเออร์

“คุณอยู่ในทีวี และกำลังใส่เจอร์ซี่ส์ที่น่าเกลียด ผมไม่ควรพูดอย่างนั้น แต่เพราะว่าเราอยู่ในที่ที่มีคนมากมายจับจ้อง และเราไม่อยากจะใส่มันออกมาโชว์เลย”

หลังการแสดงความคิดเห็นของเคอร์รี่ปรากฏว่า โกลเด้นท์ สเตท วอร์ริเออร์ ได้ใส่เสื้อเหล่านั้นเล่นไปแค่ 3 เกม และไม่ได้ใส่มันอีกเลยในระหว่างฤดูกาล

ทางด้านความคิดเห็นของสื่อหลายสำนักรวมถึงบรรดาแฟนๆกีฬา ส่วนใหญ่ต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ เสื้อตัวนั้นมันน่าเกลียดที่สุด ไม่ว่าจะสื่อกีฬาอย่าง บลีชเชอร์ รีพอร์ต , นิวร์ยอร์ค เดลี่ หรือสื่อด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์อย่าง คอมเพล็กซ์ แม็กกาซีน กับ แม็กซิม แม็กกาซีน ล้วนแล้วแต่ต้องจัดให้เจ้าเสื้อเหล่านี้รวมอยู่ในลิสท์ชุดกีฬาที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์วงการกีฬาอเมริกัน

นี่ยังไม่ต้องไปพูดถึงบรรดาคอลัมส์นิสต์จากสื่อดังๆ อย่าง สปอร์ต อิลาสสเตรท หรือ ยะฮู สปอร์ต ฯลฯ ที่เขียนออกมาในเชิงต่อต้าน มีเพียงสื่อและแฟนๆส่วนน้อยมากๆเท่านั้นที่เห็นด้วยและให้เหตุผลว่า พวกเขาสามารถใส่ไปไหนมาไหนได้ง่ายกว่าเจอร์ซี่ส์ที่เป็นเสื้อกล้าม ทั้งคิดว่าไม่ควรปิดกั้นสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามา

แน่นอนว่าการปิดกั้นสิ่งใหม่ๆ ดูจะเป็นเรื่องหัวโบราณไปซักหน่อย แต่บางครั้งก็ต้องแยกให้ออกว่าสิ่งใหม่กับสิ่งที่มันดูขัดแย้งกับสายตามันต่างกัน เพราะสิ่งใหม่น่าจะเป็นสิ่งที่ดูเจริญหูเจริญตามากกว่าสิ่งเก่าๆไม่ใช่หรอ  มีอย่างที่ไหนที่ทำให้ของใหม่มันดูห่วยกว่าของเก่าแล้วเอามาขาย ใครกันอยากจะควักเงินจ่าย..? เหตุผลที่ว่ามันสามารถใส่ไปไหนมาไหนได้ มันคงไม่ต้องอะไรขนาดนั้นมั่ง คุณจำเป็นต้องใส่เสื้อทีมโปรดไปซะทุกที่เลยหรอ หรือถึงอยากจะใส่ การใส่เสื้อกล้ามก็ไม่เห็นจะแปลก หรือถ้าคุณอาย แบบเจอร์ซี่ส์ที่เป็นเสื้อยืดก็มีให้เลือกซื้อมากมาย หรือไม่คุณก็ใส่เสื้อยืดและใส่เจอร์ซี่ส์ทับ ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่คนดูบาสทำกันมาแต่ไหนแต่ไร เพราะเราดู “บาส” เราไม่ได้ดู “บอล” และต่อให้คนที่ไม่สะดวกจะใส่เสื้อกล้าม ผมเชื่อว่าไม่ได้แปลว่าคนพวกนั้นจะอยากให้นักบาสในเอ็นบีเอเปลี่ยนไปใส่เสื้อยืด เพราะ “มันตลก”

ผมเขียนบทความชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่ออธิบายว่าบางครั้ง อัตลักษณ์ที่ดีงามไม่ควรถูกทำลายด้วยเม็ดเงินหรือความอยากจะก้าวหน้าเกินเหตุ ปฏิเสธไม่ได้วัฒนธรรมกีฬาอเมริกันถูกครอบงำด้วยระบบทุนนิยมอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่  adidas คิดในทางหนึ่งมันก็ถูก พวกเขามีหน้าที่ในการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการอะไรใหม่ๆของคนในปัจจุบัน แต่ในอีกทางหนึ่งมันก็เหมือนว่าทั้งเอ็นบีเอและ adidas จะถูกความเพี้ยนของระบบทุนนิยมเข้าสิง จนมองแต่ความต้องการของคนในปัจจุบัน และหลงลืมอัตลักษณ์ที่เป็นความงามแท้ๆของแฟชั่นในกีฬาบาสเกตบอล และที่มันน่าขำก็คือแม้ผลตอบรับส่วนใหญ่จะปฏิเสธกันเสียงดัง แต่พวกเขาก็ยังดันทุรังทำกันออกมา

บางพิ้นที่บางเวลาผู้คนอาจไม่ต้องการความใหม่ แต่พวกเขาต้องการความเป็นออริจินัล (ต้นฉบับดั้งเดิม) พวกเขาต้องการเสน่ห์มนต์ขลังของความงามแบบดั้งเดิมที่มิอาจหาได้จากความใหม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่องค์กรหรือบริษัทสินค้าควรจะต้องตรวจสอบและประเมินให้ดีเสียก่อนจะลงทุนผลิต เพราะบางทีอารมณ์ถวิลหาความเป็นออริจินัลมันสามารถสร้างมูลค่าได้มหาศาลกว่าความต้องการอะไรใหม่ๆเสียอีก

สุดท้ายคงได้แต่หวังว่า NBA จะไม่เพิกเฉยต่อเสียงตอบรับในแง่ลบที่มีอยู่ทั้งวงการ และเสื้อตัวนั้นจะเป็นแค่แฟชั่นประเดี๋ยวประด๋าวที่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของอะไรทั้งสิ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างจบได้ง่ายๆ หากอยากจะต่อต้านแนวคิดลบๆของทุนนิยมในแวดวงกีฬาหรือในทุกวงการ เราก็แค่จำไว้ว่า

“เรามีสิทธิ์เลือกที่จะไม่ซื้อมัน”

7 สิงหาคม 2556

ไฮเซนเบิร์ก

Advertisements