doin-it-in-the-park-smภาพบรรดาวัยรุ่นขณะเล่นบาสกันบริเวณข้างถนนสายหนึ่งในนิวยอร์ก

ดูเหมือนฤดูแห่งการโยกย้ายถิ่นฐานช่วงเดือนกรกฎาคม จะมีเรื่องของการถวิลหาบ้านเกิดอยู่เนืองๆ เริ่มตั้งแต่ ดไวท์ ฮาวเวิร์ด ที่สื่อต่างพากันตั้งเป้าให้ดไวท์กลับบ้านก่อนจะมีการเจรจาสัญญาเกิดขึ้น โดยสื่อคาดว่าการเลือกกลับไปเล่นให้แอตแลนต้า ฮอร์ค บรรรยากาศของแอตแลนต้า บ้านเกิดอาจทำให้ดไวท์ผ่อนคลายขึ้นจากการอยู่ที่ลอสแองเจลิส

นิค ยัง การ์ดตัวใหม่ของเลเกอร์สก็เป็นปลื้มกับการเดินทางกลับมาอยู่ที่ลอสแองเจลิสบ้านเกิดเพื่อเล่นให้ทีมโปรดไม่น้อย

เมตตา เวิลด์ พีช ที่ทำท่าว่าจะวางมือจากอาชีพนักบาสในสหรัฐ ก็รีบจ้ำอ้าวเมื่อ นิวร์ยอร์ค นิคส์ ทีมบ้านเกิดแสดงความจำนงขอเซ็นสัญญา

ล่าสุด จอร์แดน ฟาร์มาร์ก็ทิ้งค่าตัวร่วม 300 ล้านจากทีมในลีกตุรกี เพื่อกลับมารับเงินเพียง 30 ล้านที่ลอสแองเจลิส เหตุเพราะคิดถึงบ้านและทีมอันเป็นที่รัก

“ผมจะไม่เล่นให้ทีมไหนในราคาเรทต่ำ เว้นแต่มันเป็นเลเกอร์ส .. ผมยังคงตามเชียร์เลเกอร์สตั้งแต่ช่วงที่ผมออกจากทีมไป ตอนผมอยู่ต่างประเทศผมรอดู (เลเกอร์ส) ทุกคืน ผมรู้สึกมันคือที่ที่ผมยังอยู่เสมอ ผมรู้สึกชิดใกล้และเหมือนไม่เคยได้จากไป ที่ที่ผมรู้สึกมีความสุขที่สุด ที่ที่คือบ้านสำหรับผม”

มีนักบาสในเอ็นบีเอจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกยินดีกับการกลับสู่ถิ่นฐานที่เขาเติบโตมา แม้แต่ พอล จอร์จ (อินเดียน่า เพเซอร์) ยังร่ำๆถึงทีมในแคลิฟอร์เนียรัฐบ้านเกิดอย่างเลเกอร์ส ซึ่งเป็นทีมโปรดของครอบครัว ว่าถ้าได้กลับไปเล่นจริงๆคงตัดสินใจลำบากว่าจะเลือกเพเซอร์ดีหรือไม่ เพราะการได้กลับบ้านและเล่นร่วมเล่นกับโคบี้ฮีโร่ในวัยเด็ก นั้นน่าสนใจไม่น้อย จนสื่อต่างหยิบมาเป็นประเด็นข่าวกันอยู่พักนึง

แน่นอนว่าการกลับสู่บ้านเกิดของนักบาส จะทำให้พวกเขาจะได้อยู่ใกล้ครอบครัว อยู่ใกล้กับเพื่อนๆ ใกล้ความทรงจำและวิถีชีวิตที่คุ้นเคย ซึ่งบรรยากาศเหล่านั้นไม่ว่าใครก็ถวิลหา และมันก็เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่เย้ายวนใจ  แต่จะมีกี่เมืองกันนะที่นักบาสส่วนใหญ่ในเอ็นบีเอจากมา

1.นิวร์ยอร์ค 394 คน

2.ชิคาโก้ 219 คน

3.ลอสแองเจลิส 215 คน

4.ฟิลลาเดเฟีย 139 คน

5.วอชิงตัน ดีซี 109 คน

6.ดีทรอยท์ 99 คน

7.เบย์ แอเรีย 68 คน

8.แอตแลนต้า 66 คน

9.ดัลลัส 56 คน

10.พิตต์สเบิร์ก 53 คน

18qtm5azrrxsxpngอินโฟกราฟฟิคแสดงจำนวนนักบาสเอ็นบีเอที่มาจากเมืองต่างๆ

ข้อมูลข้างต้นถูกจัดทำและสำรวจโดยเว็บไซด์กีฬา deadspin.com เพื่อพาไปดูเมืองที่ผลิตนักบาสออกสู่ลีกเอ็นบีเอในปัจจุบัน 10 อันดับ (สำรวจในฤดูกาล 2012-2013) แน่นอนว่า 3 เมืองใหญ่ๆอย่างนิวร์ยอร์ค , ชิคาโก้ และ ลอสแองเจลิส คือเมืองที่มีประชากรมากสุด เป็น 3 อันดับต้นๆของสหรัฐ จำนวนนักบาสในเอ็นบีเอที่มาจากเมืองดั่งกล่าวจึงมีมากเป็นเงาตามตัว แต่กระนั้นผลิตผลจะไม่เจริญงอกงามได้เลย หากบาสเกตบอลไม่ถูกหยั่งรากลึกลงสู่วัฒนธรรมเมืองและเข้าถึงจิตใจผู้คนภายใน

หลังจาก Chick Hearn อดีตนักพากย์เกมการแข่งขันของลอสแองเจลิส เลเกอร์ส ได้ให้กำเนิดคำว่า แสลม ดั้งค์ ในทศวรรษ 60 ก็ดูเหมือนลอสแองเจลิสจะถูกสะกดให้กลายเป็นเมืองหลวงของกีฬาบาสเกตบอล

16 เอ็นบีเอแชมป์เปี้ยนจากทีมบาสเกตบอลของเมืองนี้คงจะพอการันตีได้ว่า คนเมืองนี้จะหลงรักบาสเกตบอลได้มากแค่ไหน อย่างน้อยก็นาย Donald Sterling นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวลอสแองเจลิส ที่หลงรักและเห็นดีเห็นงามกับการทำธุรกิจบาสเกตบอล ตามคำแนะนำของ เจอร์รี่ บัสส์ เจ้าของเลเกอร์สผู้ล่วงลับ สเตอร์ลิ่งจึงกล้าพอจะอิมพอร์ต คลิปเปอร์ เข้าสู่ลอสแองเจลิส และก็มีเพียงเมืองเดียวเท่านั้นที่แข็งแรงพอจะมีทีมบาสเอ็นบีเอ ซึ่งใช้ชื่อเมืองเดียวกันถึงสองทีม

ความคลั่งไคล้ต่อบาสเกตบอลในลอสแองเจลิส ไม่ได้ก่อเกิดขึ้นเพียงเฉพาะทีมระดับอาชีพอย่างลอสแองเจลิส เลเกอร์ส หากพูดถึงในระดับมหาวิทยาลัย UCLA คือทีมที่ไม่มีใครอาจปฏิเสธถึงคุณภาพและความเก่งกาจ พวกเขาสร้างตำนานให้ลอสแองเจลิสมาตั้งแต่ปี 1964 ภายใต้การทำทีมของโค้ช John Wooden โค้ชที่ทำให้ UCLA กำชัย NCAA 10 สมัย (ทัวร์นาเม้นท์ใหญ่สุดในระดับอุดมศึกษาสหรัฐ) มาร่วมทศวรรษ (1964-1975) ผู้สร้างตำนานอย่าง บิลล์ วอลตัน (บอสตัน เซลติกส์) และ คารีม อับดุล จาบบาร์ (เลเกอร์ส) แม้หลังทศวรรษ 70 UCLA จะไม่เคยได้สัมผัสแชมป์ (ได้อีกครั้งปี 1995 ) แต่พวกเขาก็ยังผลิตนักบาสคุณภาพออกสู่ตลาดเอ็นบีเออยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ รัสเซลล์ เวสต์ บรู๊ค , เควิน เลิฟ หรืออดีตชู้ตติ้งการ์ดมือเก๋าอย่าง เรกจี มิลเลอร์

มองในส่วนของวิถีชีวิต ด้วยความรักที่ผู้คนในเมืองมีต่อกีฬาประเภทนี้ อิทธิพลของมันจึงทำให้ลอสแองเจลิสยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักบาสมือสมัครเล่นมากมาย ไม่ว่าริมถนนหรือบริเวณชายฝั่งแปซิฟิค ล้วนแล้วแต่เห็นผู้คนทุกเพศทุกวัย มุ่งตรงมาเล่นบาสรับลมทะเลกันในยามว่าง

วิวที่สวยงามของท้องทะเลกับคอร์ทบาสเกตบอลคงจะมีแต่ในลอสแองเจลิสเท่านั้นที่หาชมได้ เวนิช บีช คือที่แห่งนั้น ที่ที่เป็นจุดรวมตัวของชาวเมืองผู้หลงใหลในบาสเกตบอล ให้ได้ออกมาโชว์สเต็ปกันบริเวณลานกีฬา (venice beach recreation center) มีทั้งการแข่งขันและกิจกรรมมากมายที่เกี่ยวกับบาสเกตบอล หนังอย่าง White men can’t jump ปี 1992 คือตัวอย่างที่ดีของสภาพชีวิตบนคอร์ทกลางแจ้งของเมืองนี้

ในส่วนของการส่งเสริม ช่วงเดือนกรกฎาคม ลอสแองเจลิส ยังมี Drew League ลีกที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1973 เพื่อเชื้อเชิญให้หนุ่มสาว นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งนักบาสอาชีพได้มาร่วมเล่นและเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านกีฬาบาสเกตบอล ซึ่งปีนี้ นิค ยัง ก็ตอบรับเข้าร่วมทันทีที่กลับมาสู่ลอสแองเจลิส

ถัดจากนั้นในเดือนสิงหาคม หากใครชื่นชอบสตรีทบาส  Nike 3ON3 คือทัวร์นาเม้นท์สตรีทบาสที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก จัดขึ้นบริเวณ สเตเปิ้ล เซ็นเตอร์ ลอสแองเจลิส ทัวนาเม้นท์ที่นักบาสข้างถนนจากทั่วประเทศต่างหลั่งไหลกันมาลงแข่งขันถึง 500 ทีม หรือกว่า 13,000 ชีวิต

หากลอสแองเจลิสจะเคลมตัวเองว่าเป็นเมืองหลวงของกีฬาบาสเกตบอล จากการส่งเสริมและสิ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้น ถ้าจะให้พูดอย่างนั้นก็ดูจะไม่ผิดนัก

Venice-Beach-Basketballภาพวัยรุ่นขณะเล่นบาสกันในคอร์ทของ เวนิช บีช รีครีเอชั่น เซ็นเตอร์

ชิคาโก้และนิวร์ยอร์ค ซิตี้ มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของวิถีชีวิตคนเมืองที่ผูกติดและหล่อหลอมอยู่กับกีฬาบาสเกตบอล แต่สิ่งที่ทำให้ชิคาโก้ กลายเป็นเมืองที่ผู้คนให้ความนิยมกีฬาประเภทนี้คงหนีไม่พ้น ไมเคิล จอร์แดน หลังจอร์แดนสร้างตำนานให้แก่ ชิคาโก้ บูลส์ ชิคาโก้ก็ไม่เคยลืมความยิ่งใหญ่ในวันนั้น การจะเห็นวัยรุ่นหรือเด็กๆ ออกมาเล่นบาสกันตามหัวถนนล้วนเป็นเรื่องปกติธรรมดา

เช่นเดียวกับนิวร์ยอร์ค ซิตี้ มหานครที่อบอวลไปด้วยเสียงบอลกระทบพื้น คอร์ทบาสกลางแจ้งกว่า 700 คอร์ท นักบาสกว่า 5 แสนชีวิต ล้วนทำให้บาสเกตบอลเป็นมากกว่าเกม เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา

“ผมคิดว่าแก่นแท้ของบาสเกตบอลอยู่ที่นี้ นิวร์ยอร์ค ซิตี้เต็มไปด้วยสิ่งละอันพันธ์ละน้อยเกี่ยวกับบาสเกตบอล มันเป็นความสวยงามของการอุทิศชีวิตให้แก่มันและมันเป็นความสวยงามของเมืองนี้”

ฟิล แจ็คสัน โค้ชระดับปรมาจารย์และอดีตแชมป์ 2 สมัยของนิวร์ยอร์ค นิคส์ เคยได้ให้สัมภาษณ์ถึงมหานครนิวร์ยอร์คไว้ในรายการ Charlie Rose New york

ด้วยความที่นิวร์ยอร์คซิตี้คือเมืองที่มีประวัติศาสตร์กับกีฬาบาสเกตบอลมาตั้งแต่มันถือกำเนิดขึ้นในอเมริกา (เมืองอัลเบนี่ทางตอนเหนือของนิวร์ยอร์คถูกใช้เป็นเมืองที่จัดการแข่งขันบาสเกตบอลอย่างเป็นทางการขึ้นครั้งแรก) หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของคนเมืองนี้ จึงหนีไม่พ้นการออกมายืดเส้นยืดสายกันด้วยสเต็ปยัดห่วงกันแต่ไหนแต่ไร

คารีม อับดุล จาบบาร์ , จูเลียส เออร์วิ่ง , ไมเคิล จอร์แดน จวบจนถึงปัจจุบันอย่าง คาร์เมโล แอนโทนี่ ล้วนแล้วแต่ซึมซับจิตวิญญาณของบาสเกตบอลในนิวร์ยอร์คไว้ด้วยกันทั้งสิ้น คาร์เมโล แอนโทนี่ ยอมรับว่าบาสข้างถนนในเขตบรูคลิน นิวร์ยอร์ค คือจุดเริ่มต้นของทักษะและส่งผลไปถึงความสำเร็จในระดับเอ็นบีเอของเขา

Street Basketball - Rucker's Street Tournament Tryoutsภาพมุมสูงของผู้คนที่มาเล่นบาสกันใน รัคเกอร์ ปาร์ค, นิวยอร์ก

เมื่อไม่นานมานี้ (ปี 2012) ก็เพิ่งมีหนังสารคดีเรื่อง Doin’ It in the Park ที่ลงทุนตระเวนคอร์ทบาสกว่า 180 คอร์ท ภายใน 90 วัน ใน 5 เขตปกครองของนิวร์ยอร์ค ซิตี้ (เดอะ บรองซ์ , บรูคลิน , แมนแฮตตัน , ควีนส์ , สแตตัน ไอส์แลนด์) เพื่อสำรวจ นิยาม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ผลกระทบทางสังคม และอิทธิพลที่เกิดขึ้น ของบาสเกตบอลกลางแจ้งในนิวร์ยอร์ค โดย Bobbito Garcia หนึ่งในผู้กำกับได้ให้สัมภาษณ์ส่วนหนึ่งไว้อย่างน่าสนใจ

“ไม่มีโค้ช ไม่มีกรรมการ ไม่มีตารางการแข่งขัน ไม่มีรูปแบบการจัดการอย่างที่เป็นอยู่ นั่นคือเสน่ห์ของ พิค-อัพ บาสเกตบอล (บาสที่เล่นกันง่ายๆตามท้องถนนเลือกผู้เล่นที่รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างมาเล่นด้วยกันและตกลงกติกากันเองในสนาม) มันเลยชัวร์ว่า แต่ละคนต้องเก่งพอตัว และทุกคอร์ทก็เล่นกันได้อย่างมหัศจรรย์ แม้วันที่ไม่มีใครในคอร์ท แต่คอร์ทก็เหมือนยังมีชีวิต”

มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่ การ์เซีย ผู้กำกับได้เล่าให้ฟังในการสัมภาษณ์และถือว่ามันเป็นตำนานของ Rucker Park (คอร์ทบาสกลางแจ้งชื่อดังในนิวร์ยอร์ค) มาเสมอ

“Joe Hammond คือคนที่ได้รับเลือกแล้วว่า เป็นมือชู้ตที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์นิวร์ยอร์ค  เขาจะเก่งหรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องนี้คือความยอดเยี่ยมของเขา ตอนปี 1971 เลเกอร์สถึงขนาดเดินทางมาเสนอสัญญาให้เขาถึงถิ่นรัคเกอร์พาร์ค แต่เขากลับปฏิเสธ เขาเลือกจะอยู่ในพาร์คและกลายเป็นตำนานผู้ยิ่งใหญ่ ในยุค 80 และ 90 .. เขาท้าเซียนท่านหนึ่งที่ชื่อ Master Rob มาแข่งกันแบบ 3 ต่อ 3 ใครแพ้เสียรองเท้า ซึ่งแฮมมอนด์ไม่เคยเดินออกจากคอร์ทโดยปราศจากรองเท้าเลยซักครั้ง”

a2ยังมีเมืองอีกมากมายในสหรัฐและบนโลกใบนี้ที่เป็นเมืองของนักบาส เมืองที่พัฒนาส่งเสริมและผลิตนักบาสดีๆออกสู่อุตสาหกรรม เมืองที่ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ลูกเด็กเล็กแดงหรือวัยรุ่นหนุ่มสาวออกมาโยกย้ายส่ายสเต็ปจั้มเปอร์หรือด่าทอ พนันขันต่อกันในสนาม หากใครได้แวะเวียนไปเที่ยวชม 3 เมืองอย่างที่ได้กล่าวถึงหรือจะเป็นเมืองอื่นๆที่เป็นเมืองของนักบาสไม่ว่าจะในยุโรปในจีนหรือฟิลิปปินส์ ฯลฯ แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังบ้างก็ดีนะครับ เพราะในคอร์ทบาสไม่ว่าแห่งไหนล้วนมีเรื่องเล่าแฝงตัวอยู่เสมอ

การที่นักบาสทั้งหลายตามที่กล่าวถึงจะแสดงความปลาบปลื้มที่ได้กลับบ้านนั้นเป็นเรื่องธรรมดา พวกเขาไม่ใช่แค่กลับมาหาครอบครัวและความคุ้นเคย แต่เพราะบาสเกตบอลได้ปลูกสร้างเรื่องราวต่างๆเอาไว้ในเมืองของพวกเขา ทั้ง เพื่อน ศัตรู เกมที่ยอดเยี่ยมและเกมที่ล้มเหลว  สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พวกเขาใคร่ครวญถึงและยากจะลบลืมหรือเดินจากมา

22 กรกฎาคม 2556

ไฮเซนเบิร์ก

@Heisenbergball

Advertisements