draft_090224_jodie_meeks

สปอร์ตอิลาสสเตรท นิตยสารกีฬาอเมริกันชื่อดัง เคยสำรวจว่ากว่า 60% ของนักบาสในเอ็นบีเอจะประสบปัญหาทางการเงินหลังจากรีไทร์ไปแล้วภายใน 5 ปี ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายที่ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีของนักกีฬาเองหรือปัญหาครอบครัว แต่ปัยจัยพื้นฐานที่ส่งผลให้ชีวิตของนักบาสเหล่านั้นต้องล้มเหลว หนึ่งในปัจจัยนั่นคงหนีไม่พ้นการขาดความรู้ในระดับมหาวิทยาลัย

แน่นอนว่ากฎสำหรับผู้เล่นที่มีสิทธิ์ดราฟคือต้องอายุอย่างน้อย 19 ปีและเรียบจบในระดับ ไฮสคูลมาแล้ว 1 ปี ถึงจะมีสิทธิ์ดราฟ พูดง่ายๆว่านักบาสหนุ่มทั้งหลายมีสิทธิ์จะเข้าสู่ลีกอาชีพอย่างเอ็นบีเอได้ เพียงแค่เล่นในระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี แม้จะยังเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไม่จบ ซึ่งก็เป็นสาเหตุให้นักบาสหลายคนในเอ็นบีเอไม่เรียนต่อเพราะเห็นแก่เม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่กำลังจะเข้ามาและหันเหชีวิตตนเข้าสู่เส้นทางของนักกีฬาอาชีพ และก็เป็นสาเหตุให้พวกเขาหลายคนมีความบกพร่องทางการศึกษา อันนำไปสู่การขาดความรู้ในการจัดการชีวิตของตนเอง ความไม่รู้ในหลักการทางเศรษฐศาสตร์ แต่ก็มีไม่น้อยที่เลือกจะเรียนต่อและเห็นความสำคัญในรั้วมหาวิทยาลัย

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โจดี้ มี้ค ชู้ตติ้งการ์ดความหวังของเลเกอร์ส ได้ตัดสินใจเดินทางกลับเข้าสู่ห้องเรียนที่มหาวิทยาลัยเคนตัคกี้ เหตุเพราะปี 2009 โจดี้ มี้ค  ที่ขณะนั้นกำลังเป็นนักศึกษาทางด้านการตลาด ตัดสินใจพักการเรียนที่มหาวิทยาลัย หลังเรียนมาได้ 3 ปี เพื่อเข้าสู่การดราฟตัวผู้เล่นในเอ็นบีเอตามที่ตนเองฝัน

“ตอนผมตัดสินใจที่จะออกจากมหาวิทยาลัย ผมบอกตัวเองกับครอบครัวว่าจะกลับมาเรียนให้จบ..เรื่องเรียนจบถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับครอบครัวผม แม้ตอนที่ผมคิดจะพักการเรียนไว้ พวกเขาก็ยังคอยสนับสนุนผม แต่ก็แนะให้ผมกลับไปเรียนให้จบอยู่เสมอ เพราะมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

มี้ค ให้สัมภาษณ์กับทาง lakers.com ถึงสิ่งสำคัญที่เขาต้องทำให้ครอบครัว ในระหว่างช่วงพักยาวของทีม  โดยมี้คขอใช้เวลาที่เหลือเก็บอีก 4 วิชา เพื่อสำเร็จการศึกษาตามที่ครอบครัวได้ขอไว้ ทั้งพูดถึงการเรียนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่า

“ผมกำลังนำเสนอผลงานเกี่ยวกับวิธีเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งผมคิดว่าผมจะทำมันหลังเลิกเล่นบาสเกตบอล”

รอทสเทิร์น เมอร์แมน เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลโครงการการพัฒนาอาชีพของสมาคมผู้เล่นเอ็นบีเอ เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อ ถึงจุดยืนขององค์กร ซึ่งให้ความสำคัญกับนักบาสเอ็นบีเอในกรณีความช่วยเหลือเรื่องอาชีพในอนาคต

“บาสเกตบอลคือหนึ่งในความต้องการของพวกเขา แต่ว่าพวกเขาก็ยังมีเรื่องอื่นๆให้คิด ว่าพวกเขาจะตอบสนองความต้องการถัดไป เมื่อพวกเขาเลิกเล่นบาสเกตบอลไปแล้วได้อย่างไร? พวกเขาจะไปทำอะไรต่อในอนาคต?“

ซึ่งตรงจุดนี้ทางบรรดาลีกกีฬาอาชีพในอเมริกาพร้อมกับสหภาพแรงงานก็ได้คำนึงถึง จึงร่วมกันผลักดันและดูแลให้เรื่องของการศึกษาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่อนาคตของนักกีฬาหลังอำลาอาชีพ จนทำให้ความตื่นตัวเรื่องการศึกษาของนักกีฬาเริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้นในช่วง 5 ปีหลัง จากรายงานของสหภาพแรงานเอ็นบีเอ

รัสเซลล์ เวสต์ บรู๊ค , เควิน ดูแรนท์ , คริส พอล ต่างแบกเป้เข้าโรงเรียนด้วยเห็นความสำคัญของมันในช่วงปิดฤดูกาลปี 2009 โดยเฉพาะดูแรนท์ที่บอกว่าบางทีการศึกษามันอาจจะสำคัญมากกว่า การดราฟ เพราะมันอยู่กับเราทั้งชีวิต ช่วงเอ็นบีเอล็อคเอาท์ปี 2011 ก็เป็นอีกช่วงที่นักบาสในเอ็นบีเอต่างหันเหความสนใจไปที่การเรียน

แชคิล โอนีล พี่ใหญ่ในวงการก็เป็นอีกคนที่ออกมาพูดถึงเรื่องการศึกษา เพราะเจ้าตัวเป็นคนที่สนใจเรื่องเรียนมาตั้งแต่สมัยยังเล่นอยู่จึงเรียนไปเล่นไป กระทั่งกลับมาเรียนต่อให้จบตามคำขอแม่ และจบได้จนถึงระดับปริญญาเอก โดยเมื่อต้นปีแชคเคยออกโรงมาสนับสนุนให้ NCAA (ลีกกีฬามหาวิทยาลัย) เปลี่ยนกฎการปล่อยเด็กดราฟจากเดิมที่มีข้อบังคับว่าต้องเล่นในระดับมหาวิทยาลัยก่อน 1 ปีถึงจะขึ้นไปเล่นอาชีพได้ ให้เปลี่ยนเป็น ต้องเล่นในมหาลัยก่อน 3 ปีถึงจะขึ้นไปได้ ซึ่งแชคได้ให้เหตุผลว่าการออกกฏนี้จะทำให้เรารู้สึกมั่นใจว่าพวกเขาจะกลับมาเรียนต่อให้จบ เพราะไม่ชัวร์หรอกว่าพวกเด็กๆจะทำเงินได้เท่าไหร่ แต่การศึกษาจะช่วยชี้แนะเด็กๆให้รู้จักการใช้เงิน โดยแชคกล่าวถึงความมั่นใจที่ได้จากการศึกษาซึ่งส่งผลต่อชีวิตของเขา ที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจฟิตเนส 42 แห่ง ร้านแฮมเบอร์เกอร์อีก 155 สาขา

“ผมมั่นใจในออร่าของการเป็นนักธุรกิจของผม ผมต้องการให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาทำธุรกิจกับนักธุรกิจ ไม่ใช่ทำธุรกิจอยู่กับนักกีฬา”

การตื่นตัวทางด้านการศึกษา ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความประพฤติที่ไม่น่าเลียนแบบของบรรดารุ่นพี่ทั้งหลายในวงการ การเสียเงินไปร่วม 300 ล้านเพราะการพนันของชารลส์ บาร์คลีย์  ชีวิตที่เหลวแหลกของอัลเลน ไอเวอร์สัน และยังมีตัวอย่างอีกมากมายที่หาทางออกกับชีวิตไม่ได้ หากจะเทียบคงเทียบได้กับนักมวยโอลิมปิคของไทยหลายๆคน ที่ชีวิตต้องพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เหตุเพียงเพราะพวกเขามีเงินแต่ไม่สามารถจะทำให้มันผลิดอกออกผลและไม่ช้ามันก็เฉาตาย ความสำเร็จในชีวิตระยะสั้นไม่อาจรับประกันความมั่นคงในระยะยาว ตัวเลขหลายหลักในบัญชีอาจหมดไปถ้าใช้ไม่เป็น ใบปริญญาอาจไม่ใช่การรับประกันความสำเร็จในชีวิต แต่อย่างไรเสีย บรรยากาศของการศึกษาคือสิ่งที่ทำให้เราได้รู้จักคำว่าเพื่อนและครู เพื่อนในที่นี้ คือคนที่ทำให้เรามองเห็นแง่มุมชีวิตอื่นๆ คนที่พร้อมจะช่วยเหลือ ฉุดรั้งและเกื้อหนุนเราได้เสมอ   ครูในที่นี้คือผู้ถ่ายทอด ความรู้ ประสบการณ์ และทำให้เราไม่ต้องหาคำตอบกับสิ่งต่างๆนานเกินไป ทั้งเป็นผู้มอบวิธีคิดและหวังว่าเราจะใช้มันกับทุกเรื่องที่เราต้องเผชิญในอนาคต สิ่งเหล่านี้คือต้นทุนของชีวิตที่ระบบการศึกษามอบให้ ไม่ใช่ใบปริญญา

นักกีฬาหลายคนอยู่ในโลกของเกมการแข่งขันภายในคอร์ท จนไม่รู้ว่าการแข่งขันในโลกความเป็นจริงเป็นเช่นไร พวกเขารู้วิธีในการทำสกอร์ให้ทีมชนะ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าวิธีการสร้างแบรนด์ การใช้คนหรือทำอย่างไรให้ธุรกิจของตนยั่งยืน โจดี้ มี้ค เข้าใจดีว่าเขาไม่ใช่ระดับเดียวกับโคบี้ ไบรอันท์ หรือ เลอบรอน เจมส์ วันนี้เขาอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ในคอร์ทเลย แต่ใครจะรู้ว่าวันหนึ่ง โจดี้ มี้ค อาจจะกลายเป็นนักธุรกิจที่มีความสุขกับชีวิตในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งกับครอบครัว ในขณะที่ทั้งสองสตาร์อาจต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายมากมายที่คาดไม่ถึง และตระหนักรู้ว่าเกมบาสที่พวกเขาเคยคุมมันอยู่เทียบไม่ได้เลยกับเกมชีวิต หากถามว่าจะเล่นบาสหรือจะเรียน คำตอบคือถ้าคุณเล่นบาสคุณจะกลายเป็นตำนาน ถ้าคุณเรียนคุณจะมีชีวิตที่มั่นคง แต่ถ้าคุณบาลานส์ทั้งสองอย่างได้ คุณจะรับมือกับความสำเร็จและความล้มเหลวได้อย่างรู้เท่าทัน ทั้งเผชิญกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนฟูมฟาย และไม่ว่าความฝันหรือชีวิตจริงคุณก็สามารถทำมันสำเร็จได้ไม่ยากเย็น

19 พฤษภาคม 2556

ไฮเซนเบิร์ก

Advertisements