130429142653-jason-collins-basketball-single-image-cut-560x393

หลายคนคงไม่คาดคิดว่า อาชีพนักกีฬาที่ส่วนใหญ่จะเจาะจงอยู่กับกลุ่มเพศชายมากกว่าเพศหญิงหรือเพศที่สาม จะมีนักกีฬาประกาศตัวออกมาว่าตนเป็นเกย์ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล , อเมริกันฟุตบอล , บาสเกตบอล ที่ถ้าใครคุ้นเคยจะพอรู้ว่าเพศที่สามๆไม่น่าจะย่างกรายมาเฉียดกีฬารุนแรงเหล่านี้ เพราะถ้าเอาจากประสบการณ์ของผู้เขียนสมัยที่ยังเล่นกีฬาอยู่ ก็เห็นจะมีแต่วอลเล่ย์บอลกระมัง ที่เหล่าบรรดา กระเทย เกย์ ชายข้ามเพศ ฯลฯ ให้ความสนใจ แต่หากมองไปหยั่งกีฬาโลกมันไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะเกย์มีแทบทุกวงการกีฬาและล่าสุดที่เป็นข่าวคงหนีไม่พ้นการออกมาประกาศตัวของ เจสัน คอลลินส์ เซ็นเตอร์ประสบการณ์สูงของเอ็นบีเอ

“ผมอายุ 34 ปี ผมเป็นคนดำ และ ผมเป็นเกย์”

จากวรรคแรกในบันทึกที่ เจสัน คอลลินส์ เขียนให้ไว้กับ นิตรสารกีฬารายสัปดาห์ชื่อดัง สปอร์ต อิลาสสเตรท ฉบับวันที่ 6 มีนาคม 2013 เพื่อเปิดเผยเจตนารมณ์อันแท้จริงของเพศสภาพที่เขาปกปิดไว้ตั้งแต่เริ่มเล่นบาสในระดับไฮสคูล หลักใหญ่ใจความในบันทึก เจสันยอมรับว่าเขาเคยเที่ยวกับสาวๆ เคยหมั้น เคยคิดว่าอยากจะแต่งงานและมีลูก แต่อีกใจเจสันกลับคิดว่ามันไม่ใช่ตัวเขาเลย ยิ่งโตเจสันยิ่งชัดเจนในเพศที่เขาเป็นอยู่ กระทั่งเจสันเริ่มต้นอาชีพนักกีฬาบาสเกตบอล โดยโลดแล่นอยู่ในเอ็นบีเอมากว่า 13 ซีชั่น  ด้วยความลับที่ทำให้เขาอึดอัดใจมาตลอด เพราะการเปิดเผยอาจไม่ส่งผลดีต่ออาชีพและความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม

เจสันเขียนในบันทึกว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาออกมาเปิดเผยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤต เอ็นบีเอล็อคเอ้าท์ปี 2011 เจสันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขาเป็นใคร เขาต้องการอะไรกันแน่ เจสันตระหนักดีว่ามันถึงเวลาที่เขาควรจะออกมาบอกใครสักคน นั่นทำให้เจสันตัดสินใจเล่าเรื่องของตัวเขาให้กับ ป้าเทรี่ ญาติคนสนิทเป็นคนแรก ว่าเขาเป็นเกย์ ซึ่งนั่นเป็นแรงผลักดันขั้นแรกที่ทำให้เจสันรู้สึกมั่นใจ เมื่อป้าเทรี่ยอมรับในตัวตนที่แท้จริงและพร้อมจะสนับสนุนการออกมายอมรับ แต่คนที่ทำเจสันพร้อมจะออกมาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน คือ โจ เคนเนดี้ อดีต รูมเมท สมัยเรียนที่แสตนฟอร์ด ซึ่งเป็นเกย์เช่นเดียวกับเจสัน แต่ต่างตรงที่ โจ ใช้ชีวิตได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ จนเจสันเขียนไว้ในบันทึกว่าเขาค่อนข้างจะอิจฉาชีวิตของ โจ ครั้นได้คุยกับโจแบบเปิดอกเจสันยอมรับว่า จากที่เขาเคยตกอยู่ในความหวาดกลัว บางครั้งถึงกับนอนไม่หลับ การได้เปิดเผยมันทำให้เขารู้สึกเข้มแข็งมั่นใจและหลับได้สนิท เจสันจึงเริ่มออกมายอมรับกับเพื่อนสนิทและครอบครัว โดยที่ทุกคนให้การสนับสนุน โดยเฉพาะจาร์รอน คอลลินส์ น้องชายฝาแฝดซึ่งเล่นอยู่ในเอ็นบีเอเช่นเดียวกัน ประกอบกับเหตุระเบิดบอสตันมาราธอนที่ทำให้เจสันฉุกคิด ว่าเขาไม่ควรจะรออะไรต่อไปอีกแล้ว ทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทันที และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการออกมายอมรับต่อหน้าสาธารณชนในครั้งนี้

แน่นอนว่าการเปิดเผยตัวเรื่องเพศสภาพย่อมทำให้เกิดกระแสตอบรับขึ้นมาในวงกว้างทั้งในวงการกีฬาอเมริกันและในภายในเอ็นบีเอ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีนักบาสออกมายอมรับว่าตนเป็นเกย์ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2007 จอห์น อมาชี่ นักบาสที่เคยเล่นให้กับ ออร์แลนโด้ แมจิค , ยูท่าห์แจ๊ซซ์ , ฮิวตัน ร็อคเกตท์ คือนักบาสคนแรกในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอ ที่ออกมายอมรับว่าตนเป็นเกย์แม้จะอำลาวงการไปแล้ว แต่ครั้งนั่นดูเหมือนกระแสตอบรับที่ออกมาดูจะไม่น่าพิสมัย เมื่อ ทิม ฮาร์ดอะเวย์ อดีต พ้อยการ์ด ดาวดังของ โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ และ ไมอามี่ ฮีท ถึงกับบอกว่า “ไม่ต้องการให้ผู้เล่นที่เป็นเกย์อยู่ในทีม ไม่ต้องการให้ผู้เล่นประเภทนี้อยู่ร่วมล็อคเกอร์รูม เพราะมันทำให้เพื่อนร่วมทีมรู้สึกกังวล ไม่ว่าจะในล็อคเกอร์รูม บนคอร์ท หรือ ที่ไหนก็ตาม” แม้ภายหลัง ฮาร์ดอะเวย์จะออกมาขอโทษกับคำพูดดั่งกล่าว แต่แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่นักกีฬาชายหลายคนอดคิดไม่ได้ ซึ่งเจสันก็ได้เขียนถึงกรณีดั่งกล่าวไว้ว่า

“ให้เชื่อใจผม ผมอาบน้ำในห้องล็อคเกอร์รูมมาตลอด 12 ปี พฤติกรรมรักร่วมเพศของผมไม่เคยเป็นปัญหามาก่อน ผมยังมีวิจารณญาณพอจะรู้อะไรถูกอะไรผิดอยู่เสมอ”

อย่างไรก็ตาม กระแสตอบรับที่ออกมาหลังการประกาศตัวของ เจสัน คอลลินส์ กลับมีปฏิกิริยาไปในแง่บวก ต่างจากช่วงของ จอห์น อมาชี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาลเดโมแครต รัฐบาลฝ่ายเสรีนิยมที่ให้สิทธิแก่ชาวรักร่วมเพศได้เต็มบทบาทพลเมือง

บิลล์ คลินตัน , บารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐ ล้วนตบเท้าแสดงการสนับสนุนต่อการตัดสินใจของเจสัน พร้อมทั้งบอกว่ามันคืออีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของชาวรักร่วมเพศ ซึ่งเดวิน สเทิร์น ประธานเอ็นบีเอก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน นี่ยังไม่นับ ข้อความจากทวิตเตอร์มากมายของเพื่อนนักกีฬาที่ส่งถึงเจสัน ในเชิงชื่นชมความกล้าออกมายอมรับและสนับสนุนให้เจสันยังคงดำเนินอาชีพนักบาสเกตบอลต่อไป โดยเฉพาะทวิตจาก โคบี้ ไบรอันท์

“อย่าหนักใจกับสิ่งที่คุณเป็น แค่เพียงเพราะเสียงต่อต้านไร้สาระของคนอื่น”

ในส่วนของประวัติศาสตร์วงการกีฬาอเมริกัน ไล่มาตั้งแต่สมัย แจ็คกี้ โรบินสัน นักเบสบอลผู้ทำลายกำแพงแบ่งแยกสีผิวให้วงการเบสบอล การเปิดโอกาสให้เกย์ได้เข้าสู่การเล่นอาชีพในลีกของเอ็นเอฟแอล จากกรณีของนิค คาซา ปีกของมหาวิทยาลัยโคโลราโด้ จนถึงตอนนี้ กรณีของ เจสัน คอลลินส์ จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์วงการกีฬา อย่างที่ NBPA  (สมาคมผู้เล่นเอ็นบีเอ) ได้ออกมาประกาศสนับสนุนกรณีของเจสัน คอลลินส์

“เจสันเขียนว่า ลีกบาสเกตบอลอาชีพคือครอบครัว เขาคือคนในครอบครัวและเป็นพี่น้องของเราเสมอมา NBPA คือองค์กรที่อุทิศให้แก่ความหวังที่จะได้เห็นการรวมตัวของเหล่านักกีฬาซึ่งปราศจากการแบ่งแยกทาง เชื้อชาติ , ศาสนา , สีผิว , อายุ , ชาติกำเนิด หรือ รสนิยมทางเพศ วันนี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่เราตั้งใจจะดำเนินการต่อให้บรรลุเจตนารมณ์ เรายินดีกับเจสันในความกล้าที่จะยกมือขึ้น ด้วยการเขียนเรื่องราวเหล่านี้และเริ่มต้นการสนทนา”

เจสันประกาศตัวเรื่องการเป็นเพศที่สามในขณะที่เขายังเล่นอยู่ต่างจาก จอห์น อมาชี่ ที่อำลาวงการไปแล้วถึงแสดงตัว นั่นทำให้ต่อจากนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเอ็นบีเอจะมีพื้นที่อย่างไรให้แก่นักบาสที่เป็นรักร่วมเพศ เพราะจะมากหรือน้อยย่อมต้องมีพลังเงียบที่ส่งเสียงต่อต้านอยู่ภายใน

เจสันรักในเกมบาสเกตบอล ปรารถนาที่จะอยู่กับมัน ความตั้งใจของเขาในครั้งนี้อาจสร้างแรงกระเพื่อมให้แก่นักกีฬาอีกหลายคนที่เป็นทั้งเพื่อนและรุ่นน้อง ให้ออกมายอมรับเพศสภาพของตน เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว ชาวรักร่วมเพศ มีสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค พอจะดำเนินชีวิตแฉกเช่น เพศอื่นๆ การเป็นเกย์ซึ่งเล่นกีฬาที่ถือว่าเป็นกีฬาของผู้ชายอย่างบาสเกตบอลนั้นไม่ใช่เรื่องที่รับไม่ได้อีกต่อไป และไม่ว่าใครก็สามารถจะเล่นบาสเกตบอลได้ ตราบเท่าที่เขายังรัก มุ่งมั่นและจริงจังต่ออาชีพการเป็นนักกีฬา

6 พฤษภาคม 2556

ไฮเซนเบิร์ก

Advertisements