la-sp-kobe-bryant-frustration-20130413-001

“เขาเป็นคนที่โค้ชสอนไม่ได้”

ประโยคดั่งกล่าวคือหลักใหญ่ใจความในหนังสือชื่อ  The Last Season : A Team in Search of its Soul ของฟิล แจ็คสัน ในส่วนที่กล่าวถึงโคบี้ฤดูกาล 2003-2004 ฤดูกาลที่เลเกอร์สทะลุถึงรอบไฟนอลแต่ดันถูก ดีทรอยท์ พิสตัน อัดไป 4-1 จนกลายเป็นรองแชมป์

ถ้อยคำดั่งกล่าวแทบจะกลายเป็นสโลแกนติดตัวโคบี้ ว่าความแรง แหวนแชมป์และความมุ่งมั่นของเขา บางทีมันก็มาพร้อมอีโก้ก้อนโตที่โคบี้ไม่อาจสลัดหลุดและมันก็กลายเป็นปัญหาของโค้ชทุกคน แม้ภายหลังโคบี้จะน้อมรับความเป็นอาจารย์ของฟิลมากขึ้นจนกลับมาล่าแชมป์เพิ่มได้อีก 2 สมัย แต่ตอนนี้บิ๊กฟิลไปแล้ว เหลือแต่ ไมค์ ดิแอนโทนี่โค้ชไร้แชมป์กับเพื่อนร่วมทีมชนิดสามวันดีสี่วันร้าย โคบี้จึงต้องกลับมายืนหยัดขึ้นด้วยอีโก้ตัวเดิม อีโก้ที่ผลักดันให้ฤดูกาลนี้โคบี้ลงเล่นเฉลี่ย 38.6 นาที สูงสุดในรอบ 6 ปี เล่นอย่างน้อย 40 นาที 7 นัดติดกับอาการเจ็บข้อเท้าซ้ายที่ยังไม่หาย และมันก็แรงขึ้นจนโคบี้ไม่รับฟังคำทักท้วงจากโค้ชไมค์หรือแม้แต่มิทช์ คัฟเชคผู้จัดการทีม

“ผมพูดกับโคบี้ในเรื่องของ 10 วันที่ผ่านมากับการลงเล่นเต็ม 48 นาทีของเขา ผมบอกว่าผมเป็นกังวล แต่เขาก็ตอบผมกลับมาว่า มิทช์ผมได้ยินสิ่งที่คุณพูด แต่เราต้องเข้าเพลย์ออฟ และผมกำลังเล่นอยู่ แต่กับคุณแล้วมันไม่มีอะไรที่คุณจะทำมันได้เลย”

มิทช์ คัฟเชค ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวภายหลังจากโคบี้ประสบเหตุเอ็นร้อยหวายเท้าซ้ายฉีกในนัดที่พบกับโกลเด้นสเตรท วอร์ริเออร์ ถูกแพทย์สั่งพัก 6-9 เดือนและจากปากคำของผู้เชี่ยวชาญกับผู้ป่วยในกรณีเดียวกันต่างบอกว่า พวกเขาไม่เคยกลับมาดีได้เหมือนเดิม จนโคบี้ต้องกล่าวว่านี้คือสิ่งที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน มันแทบจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพ

แน่นอนว่าความแรงและคุณค่าต่อองค์ของโคบี้นั่นทำให้เขาเจ็บและใครก็ช่วยไม่ได้ เลเกอร์สไม่แกร่งพอจะป้องกันโคบี้จากตัวของเขาเอง  แต่ก็เพราะความแรงมิใช่หรอที่ผลักดันโคบี้มาได้ถึงจุดนี้

“โคบี้เป็นคนที่อยากรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกรายละเอียดอยู่เสมอ ว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ ทางเลือกของเราคืออะไร เขาเป็นคนที่ละเอียดมากๆ”

ทิม โกรเวอร์ อดีตเทรนเนอร์ของไมเคิล จอร์แดน ซึ่งมารับงานเป็นเทรนเนอร์ให้โคบี้ในปี 2007 จากคำแนะนำของจอร์แดน หลังจอร์แดนรีไทร์ ให้สัมภาษณ์กับทาง ESPN ทั้งเล่าถึงโคบี้ต่อว่า

“โคบี้ต้องการก้าวไปข้างหน้าอย่างมาก ผมจำได้ครั้งหนึ่งตอนเราไปเที่ยวเมืองจีนกับทริปไนกี้ทัวร์ เราออกไปทานมื้อค่ำ เที่ยวไนท์คลับ และเมื่อเรากลับมาถึงโรงแรม ผมถามเขาว่า เป็นอย่างไรบ้าง อยากนอนแล้วพรุ่งนี้ค่อยออกไปซ้อมตอนเช้ามั้ย เขาบอก ไปลุยกันเลยตอนนี้..!!”

นั่นคือเวลา ตี 2 โคบี้ใช่เวลาอยู่ที่ยิมจนถึง 8 โมงเช้าก่อนจะออกจากการฝึกซ้อม..!!

ทิม โกรเวอร์กล่าวเปรียบเทียบโคบี้กับไมเคิล จอร์แดนตำนานของ NBA โดยโกรเวอร์บอกทุกครั้งหลังเกม เขาจะเป็นคนถามจอร์แดนเสมอว่าพรุ่งนี้จะซ้อมกี่โมง และจอร์แดนจะรีบตอบกลับโดยไม่ต้องคิดนาน โดยเฉพาะหลังจากความพ่ายแพ้ ยิ่งไม่ต้องมีการพูดอะไรกันมาก พรุ่งนี้เช้ารู้กัน

“โคบี้ก็เป็นประเภทเดียวกัน ความปรารถนาในการทำงานของเขานั้นล้นเหลือและไม่เคยพอ ไม่มีใครในตอนนี้ที่จะทำงานหนักกว่าเขา หรือทุ่มสุดตัวได้มากไปกว่าเขา” โกรเวอร์ กล่าว

แอนทอร์น เจมิสัน ก็เป็นอีกคนที่ออกมากล่าวชื่นชมโคบี้ หลังได้มาทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นฤดูกาล

“มันเยี่ยมมากที่ได้อยู่กับเขา ผมชอบคนที่ตั้งความหวังไว้กับเพื่อนร่วมทีม คอยผลักดันเพื่อนร่วมทีม หลังเกม ส่วนใหญ่พวกเราจะออกไปเที่ยว บางคนก็ง้วนอยู่กับ แล็ปท็อป , ไอแพด ดูหนังฟังเพลง แต่เขากลับมานั่งย้อนดูเทปการแข่งขัน  เขาจะมาแตะผมเบาๆและเรียกผมเข้ามาดูเขาวิเคราะห์วิจารณ์การเล่น และพูดประมาณว่า นี้คือสิ่งที่เราต้องทำ คุณกับผมต้องจำสิ่งนี้ไปแก้ไข นี่คือคนที่ กิน นอน เป็นบาสเกตบอล และมีเพียงสิ่งเดียวที่เขาจะทำคือคว้าแชมป์มาอีก ผมไม่เคยเห็นใครให้ความสนใจและอุทิศตนได้แบบโคบี้”

อาการบาดเจ็บช่างเป็นฝันร้ายและเรื่องน่าเศร้าต่อแฟนๆทั่วโลก รวมถึงโคบี้ แต่ศึกหนักด่านต่อไปหลังจากหายเจ็บคงหนีไม่พ้นกระบวนการบำบัดรักษาอันยาวนานที่ดูจะวุ่นวายอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะโคบี้ต้องเข้ารับการรักษาทุกคืน รวมถึงต้องเข้าทดสอบการตอบสนองของร่างกายกับสมองอยู่เป็นประจำ ซึ่งไม่ต่างจากสิ่งที่เขาต้องเผชิญมามากมายในเกม แต่ก็เพราะความแรงมาทั้งชีวิตของโคบี้นั่นเองที่ทำให้แฟนๆอุ่นใจ เพราะกับปัญหาแค่นี้ ไม่มีทางหยุดเขาไว้ อย่างที่ ทิม โกรเวอร์ เทรนเนอร์ผู้ใกล้ชิดได้ให้ข้อสังเกต

“ผมไม่เห็นว่าเขาจะไม่อยากทำสิ่งเหล่านี้เพื่อให้ได้กลับมาเป็น ‘โคบี้ ไบรอันท์’ นั่นคือวิถีทางที่เรารู้จักเขา”

28 เมษายน 2556

ไฮเซนเบิร์ก

Advertisements