130304223313-kim-jong-un-dennis-rodman-single-image-cut

ตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวที่สั่นสะเทือนวงการบาส NBA และกระเพื่อมไปถึงการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐคงหนีไม่พ้น การเดินทางเข้าพบ คิม จอง อึน ผู้นำสุงสุดของเกาหลีเหนือ ของ เดนนิส ร็อดแมน อดีตนักบาสดาวดังของชิคาโก้ บูลส์

ร็อดแมนเดินทางมาหยั่งเกาหลีเหนือในนาม ทูตบาสเกตบอล เพื่อร่วมชมโชว์บาสเกตบอลจากฮาร์เลม โกลทร็อตเตอร์สทีมบาสโชว์จากนิวร์ยอร์คที่มาพร้อมกับร็อดแมน ร่วมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับบาสเกตบอลในเกาหลีเหนือให้กับช่อง HBO แต่เหตุที่เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดัง คงเพราะร็อดแมนคือคนมีชื่อเสียงในอเมริกาคนแรกที่ได้เข้าพบกับผู้นำจากเกาหลีเหนือและสิ่งที่ร็อดแมนนำมาเปิดเผย ภายหลังกลับมาจากบ้านของ คิม จอง อึน

หากพูดถึงการขึ้นสู่อำนาจต่อจาก คิม จอง อิล ผู้เป็นบิดา หลายคนคงรู้สึกว่า คิม จอง อึน นั่นห่างไกลจากความเป็นผู้นำแฉกเช่นเผด็จการผู้พ่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเฝ้ามอง ว่าเขาอาจจะทำได้ดีกว่าพ่อ คือ อารมณ์ที่พลุ่งพล่านตามประสาชายฉกรรจ์ที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ในมือ ซึ่งส่งผลต่อท่าทีที่ดูแข็งกร้าวทางด้านการทหารและข่าวความเคลื่อนไหวของนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ นี่ยังไม่นับข่าวเรื่องความฟุ้งเฟ้อต่างๆของ คิม จอง อึน ซึ่งสวนทางกับภาวะความอดอยากของประชากรภายในประเทศ   แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หลังการให้สัมภาษณ์ของ ร็อดแมน ที่พูดถึง คิม จอง อึน ก็อาจทำให้ตัวร้ายของสหรัฐคนนี้ ไม่ตกอยู่ในพื้นที่อันตรายในสายตาชาวโลกได้ชั่วระยะ

ร็อดแมนให้สัมภาษณ์ในรายการ “This Week” ทางสถานีเอ็นบีซี ภายหลังจากกลับมา ว่า คิม จองอึนนั่นเป็นแฟนตัวยงของกีฬาบาสเก็ตบอล โดยเฉพาะบาสจาก NBA เขาไม่ใช่คนที่ดูโหดร้ายเหมือนอย่างที่สื่อในตะวันตกพยายามจะประโคมใส่ กลับกันกลายเป็นว่า จองอึน ต้อนรับเพื่อนจากอเมริกาประเทศฝ่ายตรงข้ามด้วยมิตรไมตรี   พร้อมทั้งยืนยันว่าจองอึนยังเป็นคนพูดเองว่า “ผมไม่ได้ต้องการจะทำสงคราม” แถมท้ายด้วยการบอกกับร็อดแมนว่า ให้โอบาม่าต่อสายมาถึงเขาหน่อย เพราะร็อดแมนได้บอกกับ จองอึน ว่า ผู้นำสหรัฐก็เป็นแฟนของกีฬาบาสเช่นเดียวกับคุณ และนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในการก่อร่างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสหรัฐอเมริกากับเกาหลีเหนือก็เป็นไปได้

หากลองยกตัวอย่างและย้อนกลับไปมองความสัมพันธ์ในอดีตของประเทศคอมมิวนิสท์อย่างจีน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ว่าตัวตนของจีนนั่นถูกเซาะกร่อนไปภายหลังการเปิดประเทศและความสัมพันธ์กับอเมริกาในฐานะประเทศคู่ค้าและพันธมิตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องยอมรับสิ่งที่ทำให้อเมริกากลายเป็นประเทศมหาอำนาจได้ในทุกวันนี้ นอกจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจแล้ว วัฒนธรรมคือปัจจัยหนึ่งที่เข้ามาแทรกแซงความเป็นอยู่ของประเทศในแถบตะวันออกโดยเฉพาะจีน วัฒนธรรมที่เข้ามาทั้งแฟชั่นการแต่งกาย ความบันเทิง ฯลฯ ที่แข็งแรงจากอเมริกาล้วนหลั่งไหลเข้ามาสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้แก่จีน ซึ่งมันคืออำนาจทางวัฒนธรรม

บาสเกตบอลก็คือหนึ่งในวัฒนธรรมที่อเมริกามอบให้กับจีน จากประเทศที่ไม่เอาอเมริกา หากมองไปเห็นแวดวงกีฬาของจีนโดยเฉพาะกีฬาบาสเกตบอลในปัจจุบันนี้ คงไม่ต้องสงสัยว่าจีนได้รับอิทธิพลทางกีฬาประเภทนี้ไปแบบเต็มๆ

การก่อตั้งลีกบาสเกตบอลอาชีพ ความคลั่งไคล้ต่อซุปเปอร์สตาร์ของเอ็นบีเอ เหยาหมิง (ฮิวสตัน ร็อคเกตท์) , ซันยู (ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส) เหล่านี้คือบทพิสูจน์ว่า จีนหันหลังให้กับความล้าหลังทางอุดมการณ์ เพื่อนำพาประเทศเข้าสู่ยุคใหม่โดยมิได้ต่อต้านกระแสวัฒนธรรมจากอเมริกาที่เข้ามา

ครั้นเมื่อมองย้อนกลับมาที่เกาหลีเหนือ แน่นอนว่าจากเหตุการณ์ข้างต้น คิม จอง อึน ไม่คิดจะปฏิเสธวัฒนธรรมจากอเมริกาแถมยังชื่นชอบด้วยซ้ำ และนั่นคือด่านแรกที่อเมริกาผ่านมาได้ แต่คำถามต่อไปคือ แล้ว คิม จอง อึน จะละทิ้งอุดมการณ์สู่ความเป็นประเทศสมัยใหม่เช่นจีนได้หรือไม่?  เพราะมันไม่อยู่ในวิสัยที่อเมริกาจะควบคุมได้ ถึงแม้ คิม จอง อึน จะอยากต่อรองกับสหรัฐ แต่เหล่าบรรดาขุนนางมีหรือจะยอมให้เกิด แต่ใครเลยจะรู้ ในประวัติศาสตร์บอกเราไว้มากมายว่าเมื่อไหร่ที่อำนาจเก่าล้มหายตายจาก อำนาจใหม่อาจเปลี่ยนทิศทาง

หากวันนึง คิม จอง อึน ครองอำนาจเต็มบัลลังก์ พร้อมวัยที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้เขานิ่งและมีวิสัยทัศน์ จนเลิกเล่นเกมกับอเมริกา และหากสิ่งที่เขาพูด ทั้งเรื่องไม่ต้องการสงคราม รวมถึงการเจรจากับสหรัฐเป็นจริง “เกาหลีเหนืออาจเปิดประเทศเข้าสู่ทิศทางใหม่” และเราคงต้องย้อนกลับมามองกันที่เหตุการณ์นี้อีกครั้ง ว่ามันอาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากลูกบาสใบกลมๆใบเดียว

และอย่างสำนวนที่ว่า “ลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้” แม้แต่ “สันติภาพของโลก”

12 มีนาคม 2556

ไฮเซนเบิร์ก

Advertisements